มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ก้าวไกลสู่ระดับสากล! ส่ง 26 นักศึกษาเกษตรลัดฟ้าฝึกงาน 4 ประเทศมหาอำนาจเกษตรโลก

มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ก้าวไกลสู่ระดับสากล! ส่ง 26 นักศึกษาเกษตรลัดฟ้าฝึกงาน 4 ประเทศมหาอำนาจเกษตรโลก

นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์

มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ก้าวไกลสู่ระดับสากล! ส่ง 26 นักศึกษาเกษตรลัดฟ้าฝึกงาน 4 ประเทศมหาอำนาจเกษตรโลก

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) รุกหนักนโยบายสร้าง “เกษตรกรยุคใหม่หัวใจอินเตอร์” แถลงข่าวเตรียมส่ง 26 นักศึกษาคณะเกษตรฯ และวิทยาลัยเกษตรฯ บินจริงสู่ ออสเตรเลีย-เดนมาร์ก-สวีเดน-ญี่ปุ่น เข้าโปรแกรมสหกิจศึกษานานาชาติ (CWIE) ลงสนามจริงฟาร์มยักษ์ใหญ่ระดับโลก หวังปั้นบุคลากรเกรดพรีเมียมกลับมาพัฒนาภาคใต้ ปั้นนักศึกษาเกษตรนราฯ สู่ตลาดแรงงานโลก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมนวบานบุรี ชั้น 3 ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ผศ.ดร.จงรัก พลาศัย นายกสภามหาวิทยาลัยฯ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ ผศ.ดร.จักรพันธ์ พิชญพิพัฒน์กุล
คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ผศ.ทวี บุญภิรมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส ร่วมกันแถลงข่าวปฐมนิเทศนักศึกษาเดินทางไปปฏิบัติสหกิจศึกษานานาชาติ ด้านการเกษตร ภายใต้โครงการสหกิจศึกษานานาชาติ ด้านการเกษตร โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ตลอดจนผู้ปกครองเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การฝึกงานทั่วไป แต่คือการ “เรียนจริง ทำจริง ได้เงินจริง” ผ่านรูปแบบการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ซึ่งนักศึกษาจะได้เข้าปฏิบัติงานในฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับทักษะภาษาและเทคนิคการเกษตรในระดับสากล

โดยในปีการศึกษา 2568 นี้ มีนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นรวม 26 คน โดยเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานด้านการเกษตรใน 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย จำนวน 15 คน ระยะเวลา 1 ปี ประเทศเดนมาร์ก จำนวน 6 คน ระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 คน ระยะเวลา 3 ปี และประเทศสวีเดน จำนวน 1 คน ระยะเวลา 1 ปี

ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐอย่าง กระทรวง อว. และ กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงบริษัทเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวม 13 แห่ง ที่ร่วมเป็นพี่เลี้ยงตั้งแต่วันเตรียมความพร้อมด้านภาษา ไปจนถึงวันเดินทางและดูแลตลอดการใช้ชีวิตในต่างแดน

ทั้งนี้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้ปฏิบัติงานจริงในฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ พร้อมได้รับค่าตอบแทนจากการทำงาน และมีโอกาสพัฒนาทักษะด้านภาษา เรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ตลอดจนสัมผัสวัฒนธรรมและระบบการทำงานในระดับนานาชาติ

สำหรับโครงการดังกล่าวนับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังช่วยสร้างกำลังคนด้านการเกษตรที่มีศักยภาพ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของท้องถิ่นและประเทศในอนาคต พร้อมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการเกษตรกับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่ใบปริญญา แต่นักศึกษาจะได้รับ
• Skill Up: นักศึกษาได้รับทักษะเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming)
• Language & Culture: พัฒนาทักษะภาษาและการทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรม
• Income: มีรายได้ระหว่างปฏิบัติงาน ช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว
• Global Connection: สร้างชื่อเสียงให้ มนร. และประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตบุคลากรเกษตรชั้นนำ

ด้านผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า
โครงการสหกิจศึกษานานาชาติด้านการเกษตรถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์สู่ความเป็นนานาชาติ โดยมหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกไปฝึกประสบการณ์ทำงานจริงในต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ การทำงานในระดับสากล รวมถึงพัฒนาทักษะด้านภาษาและการใช้ชีวิตในสังคมนานาชาติ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการภาคการเกษตร เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาพัฒนาภาคการเกษตรของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศในอนาคต

ขณะที่ผศ.ดร.จงรัก พลาศัย นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า
รู้สึกยินดีที่ได้เห็นนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษานานาชาติ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในต่างประเทศ พร้อมทั้งช่วยสร้างความเท่าเทียมและโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอให้นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกตั้งใจเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการฝึกงานให้เต็มที่ พร้อมรักษาวินัยและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เพราะถือเป็นการเดินทางไปในนามของมหาวิทยาลัยและประเทศไทย เพื่อสร้างชื่อเสียงที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องในอนาคตต่อไป