ทนายป๋อม พรรคปชน. พาผู้เสียหายเป็นนักเรียนสาวร้องสื่อ หลังโดนครูหื่นคุกคามทางเพศ
ทนายป๋อม พรรคปชน. พาผู้เสียหายเป็นนักเรียนสาวร้องสื่อ หลังโดนครูหื่นคุกคามทางเพศ
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก ทนายป๋อม พรรคประชาชน เครือข่ายสงขลา ว่า มีผู้ปกครองได้มาร้องเรียนขอความช่วยเหลือและอยากให้ทางพรรคประชาชนช่วยเอาผิดครูของโรงเรียนมหาวิราวุธ มีพฤติกรรมคุกคาม ลวนลามทางเพศลูกสาว ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าวด้วย เบื้องต้นมีผู้ปกครองพานักเรียน 2 ราย ที่ตกเป็นผู้เสียหายเข้าพบพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมาได้มีการพาเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ก่อนประสานมายังผู้สื่อข่าวให้ทราบและขอความเป็นธรรมผ่านสื่อให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยดำเนินการเอาผิดครูคนนี้ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศนักเรียนและยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนหลายคนที่ถูกกระทำแต่ไม่กล้าเข้าแจ้งความ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ ทนายป๋อม พรรคประชาชน พร้อมกับ นายสุนิตย์ แก้วจินดา อายุ 66 ปี เป็นพ่อของน้องพิมพ์ นางกรกต จิตร์ประพัน หรือ ย่าตา อายุ 63 ปี เป็นย่าของน้องเปียนโน พร้อมกับผู้เสียหาย 2 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนมหาวชิราวุธ ส่วนครูที่ก่อเหตุทราบชื่อ นายวรพิชญ ทรัพย์ศิริ หรือ อึ่ง อายุ 59 ปี เป็นครูที่ก่อเหตุลวนลามนักเรียน ก่อนน้องผู้เสียหายทั้ง 2 ราย มอบหลักฐาภาพแชทข้อควาที่ครูหื่นได้แชทข้อความมาหา และภาพกระดาษเขียนรายงานพฤติกรรมของครูหื่น ที่เขียนรายงานให้ทางผอ.โรงเรียนได้ทราบ แต่เรื่องก็กลับเงียบ ก่อนที่ทนายป๋อมจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
โดยทาง ทนายป๋อม พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ต้นได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่ามีคุณครูของโรงเรียนมหาวชิราวุธได้ก่อเหตุลวนลามทางเพศนักเรียนสาว 2 ราย เรื่องดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อประมาณ 2 วันที่แล้ว ซึ่งพฤติกรรมครูได้มีการจับไม้จับมือ โอบกอด และมีการพูดในทำนองเชิงชู้สาว อีกทั้งยังมีการขอเฟสบุ๊คส่วนตัวขอไลน์ จากนั้นช่างครูได้มีการแชทข้อความไปหา พอน้องเค้าไม่ตอบก็ได้มีการบุกเข้ามาภายในห้องเรียนและพยายามให้น้องทั้งสองคนตอบแชทข้อความที่ครูแชทไปหา
ส่วนน้องคนล่าสุดได้เดินมาถึงห้องที่น้องสอบ ก่อนที่จะเดินตรงไปไปหาน้องและพยามเกี่ยวก้อย โอบกอด จนทำให้น้องเสียสมาธิในการสอบ โดยพฤติกรรมของครูคนนี้ทำให้น้องทั้งสองคนมีความรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากและถ้าน้องสองคนยังอยู่ในโรงเรียนนี้น้องจะได้รับผลกระทบจากการคุกคามทางเพศ จึงเป็นสาเหตุทำให้น้องทั้งสองคนเกิดความหวาดกลัว ก็มาเล่าให้ทางพ่อแม่ของตัวเองฟัง จนกระทั่งมีการร้องเรียนเข้ามาทางพรรคประชาชนของจังหวัดสงขลา ซึ่งในวันนี้ได้มีการพาน้องเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เพื่อดำเนินคดีกับคุณครู
พร้อมกับน้องสองคนได้สิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย เพื่อปกป้องและเกรงว่าการดำเนินการของโรงเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรม จากข้อมูลทราบว่านอกจากน้องทั้งสองคนแล้วยังมีผู้เสียหายที่เป็นนักเรียนรายอื่นๆ อีกจำนวนหลายรายที่โดนกระทำเหมือนน้องทั้งสองคนแต่ไม่กล้าที่จะมีการดำเนินเค้าแจ้งความเอาผิดกับครูคนนี้ ซึ่งทราบมาว่าทางผอ. ของโรงเรียนได้มีการช่วยเหลือครูคนนี้ให้พ้นผิดมาโดยตลอด จึงเป็นสาเหตุที่พาผู้ปกครองและน้องทั้งสองคนเข้าแจ้งความเอาผิดทั้งคุณครูและผอ.ของโรงเรียน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีการพูดคุยกับทางผู้ปกครองเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมพฤติกรรมของครูและตัว ผอ.โรงเรียน
ทางด้าน นางกรกต จิตร์ประพัน หรือ ย่าตา เปิดเเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา น้องได้ไปสอบ A-Level ซึ่งระหว่างที่นั่งสอบนั้นคุณครูได้เข้าไปลวนลามน้องถึงในห้องสอบ ทำให้น้องเสียสมาธิไม่มีความตั้งใจในการสอบจนทำให้น้องเกิดความกลัวเพราะว่าคุณครูเดินไปหาน้อง 7-8 รอบ ช่วงตอนที่เข้าห้องสอบไปหาน้องก็ได้เดินไปเกี่ยวก้อยแล้วก็โอบกอดส่วนมือก็แตะเข้าที่หน้าอกน้อง พอน้องสอบเสร็จก็มีการเดินตามน้อง จากนั้นน้องก็วิ่งไปที่กลุ่มคนที่ยืนอยู่กันเยอะ ตนมาทราบข่าวเมื่อวานนี้ น้องโทรมาเล่าให้ฟังแล้วก็บอกว่าทางผอ. ของโรงเรียนได้มีการสั่งน้องห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกผู้ปกครองจึงเป็นสาเหตุน้องได้โทรมาเล่าให้ตนฟัง ซึ่งหลังจาก ตนทราบเรื่องตนได้บอกกับหลานไว้ว่าตนจะไม่ยอมจะเอาผิดให้ได้ ก่อนที่ตนจับโทรศัพท์ติดต่อไปที่ผอ. ของโรงเรียนและอยากคุยกับผอ. แต่ผอ. บอกว่าไม่สะดวก ไม่ว่าง ล่าสุดตอนนี้หลานสาวของตนมีอาการซึม ซึม และหวาดกลัวซึ่งตนเป็นห่วงสภาพจิตใจของหลานสาวจึงได้พากลับไปที่บ้านนายอำเภอสิงหนคร สุดท้ายตนอยากฝากถึงครูให้ลาออกจากโรงเรียนไปเถอะและพิจารณาตัวเองด้วยสมควรจะอยู่หรือไม่ซึ่งถ้าหากครูลาออกจะทำให้รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่จะได้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ถ้าหากคุณครูคนนี้ยังอยู่ในโรงเรียนคงมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนอายุ 59 ปีแล้วไม่น่าทำเรื่องบัดสีอะไรอย่างนี้ สุดท้ายให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฏหมาย
หลังมีการเข้าแจ้งความทางพนักงานสอบสวนได้มีการประสานและรายงานให้ทางอัยการและสหวิชาชีพเพื่อดำเนินการสอบปากคำ 2 นักเรียนสาว
น้องพิมพ์ ได้เล่าว่า ตนถูกลวนลามทางเพศเมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ตนโดนโอบกอดโดนจับมือแล้วก็รูปไลค์ลงมาตรงบริเวณก้น ซึ่งในวันนั้นตนได้ไปหาคุณครูคนดังกล่าวกับเพื่อนที่ห้อง เพื่อที่จะต้องการคุณครูเป็นที่ปรึกษาในโครงงานของตน เพื่อที่จะนำโครงงานไปใส่ในพอร์ต และระหว่างที่ยืนคุยเพื่อนของตนได้มีโทรศัพท์เข้ามา จากนั้นเพื่อนก็เดินไปรับโทรศัพท์ซึ่งห่างจากตนประมาณ 2- 3 เมตร แล้วก็ครูก็เดินเข้ามาโอบไหล่ตน จับมือและบีบมือตนก่อนจะพูดว่าขอ LINE ตน ตนจึงได้บอกไปว่าให้เอา LINE เพื่อน เพราะเพื่อนเป็นหัวหน้าโครงงานที่ทำอยู่ แต่คุณครูก็ตื้อจะเอาให้ได้ ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมากซึ่งไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการลวนลามคุกคามทางเพศเลยก็ว่าได้ เพราะพฤติกรรมอย่างนี้ไม่มีครูคนไหนอยู่อยู่มาโอบเอวบีบมือ พอตนโดนกระทำแบบนั้นตนพยายามที่จะดันไปหาเพื่อน และพอหลุดออกมาจากตรงนั้น ก็มาเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะเอาเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้พ่อฟัง ตนได้มีการพูดกับเพื่อนว่าจะเข้าไปฟ้อง ผอ. หลังจากเข้าหาผอ. และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ ผอ.ฟัง อีกทั้งยังมีการถามกลับมาว่าตนได้บอกพ่อกับแม่แล้วหรือยัง ตนตอบว่ายัง ทางผอ. ตอบกลับมาว่า ดีแล้วที่ไม่บอกพ่อกับแม่ เดี๋ยวจะจะเป็นคนดำเนินการเอาผิดเอง และตนมองว่า ผอ. คงไม่มีการดำเนินการเอาเรื่อง เอาผิด ครูให้แน่นอน จึงได้ตัดสินใจเล่าทั้งหมดให้พ่อฟัง
น้องเปียนโน ได้เล่าว่า ล่าสุดที่ตนเองโดนลวนลามเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสอบ A-Level เพื่อยิงแทนให้กับทางมหาลัย ช่วงที่นั่งสอบครูเค้าเดินมาที่โต๊ะแล้วก็จับแขนจับมือแล้วก็ประสานมือและเค้าก็ถามว่า ‘ทำไมไม่ตอบแชท ทำไมไม่รับแอดเฟส หยิ่งหรอ’ ก็จะประมาณนี้ จากนั้นพอจะจับมือเสร็จก็เริ่มมาโอบกอดไหล่แล้วก็บอกอีกว่า ‘ สัญญาได้ไหมว่ากลับไปบ้านแล้วจะตอบแชทและรับแอด’ ช่วงขณะที่ตนสอบ ตนมีเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งครูเดินมาหาตน 7-8 รอบ มากวนสมาธิช่วงที่ตนทำข้อสอบ เดินมาทุกครั้งก็จะมาพูดย้ำเตือนว่าอย่าลืมรับแอดอย่าลืมตอบแชท ซึ่งตอนนั้นตนรู้สึกกลัวและร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับทำข้อสอบไปด้วยในตอนนั้น
พอใกล้หมดเวลาครูก็เดินมาที่โต๊ะแล้วก็ถามว่าสอบเสร็จไปไหนหรือเปล่า ตนก็เลยตอบว่า ‘ไม่มีสอบแล้ว ไม่ไปไหนทั้งนั้น จะกลับบ้าน’ แล้วเค้าบอกว่า ‘ค่อยกลับบ้านก่อน มานั่งเล่นที่ห้องแกก่อน‘ ตนก็ได้ตอบกลับกลับไปว่า ’ไม่ไปคะ‘ พอหมดเวลาสอบเสียงออดเตือนมันก็ดัง จากนั้นก็ได้เดิน ออกจากห้องพอตนเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ครูก็ได้เดินตามและพยายามต้อนให้ตนเดินไปที่ห้องพักครูกับแก ตอนนั้นตนรู้สึกกลัวตนก็เลย‘เดินไปที่คนเยอะเยอะแล้วก็วิ่งหนี’ ก็กลัว ถึงห้องพักครูไม่ใช่เป็นห้องเปิดและห้ามไม่ให้นักเรียนไปที่ห้องพักครูซึ่งเด็กนักเรียนไม่สามารถเดินเข้าไปได้ ตน รู้สึกกลัวมาก ว่า ตนเองถูกอนาจาร โดนคุกคามทางเพศ ซึ่งการที่ครูมีพฤติกรรมทำแบบนี้กับนักเรียน ชวนนักเรียนไปที่ห้อง คุยด้วยสองต่อสองในที่รับตาคน ไม่เหมาะสมและที่สำคัญมาจับร่างกายตน
หลังมีการสอบปากคำจากอัยการและสหวิชาชีพก็ได้มีการรวบรวมเตรียมหลักฐานต่างๆ เพื่อเข้าสู่กระบรวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ภาพข้อความในกระดาษเขียนรายงานพฤติกรรมของครูหื่นให้ทาง ผอ.โรงเรียน ได้รับรับทราบและดำเนินการ โดยข้อความระบุว่า
เรียนผู้อำนวยการโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
เรื่องร้องเรียนพฤติกรรมของครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ
เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่6 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา13.00น.ข้าพเจ้าได้ไปหาครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริกับเพื่อนของข้าพเจ้าเพื่อจะให้ครูสรพิชญ ทรัพย์ศิริ เพื่อคุยเกี่ยวกับโครงการที่ทำ ข้าพเจ้าและเพื่อนได้คุยกับครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ ข้าพเจ้าและเพื่อนได้คุยว่าขอให้ครูเป็นครูที่ปรึกษาโครงการได้หรือไม่ ครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ ก็ได้ตอบว่าได้ หลังจากนั้นผู้จัดการโครงการก็โทรมาหาเพื่อนของข้าพเจ้าและระหว่างนั้นข้าพเจ้าก็ยืนอยู่ห่างจากเพื่อนของข้าพเจ้าไม่ห่างกันมากและครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ ก็ได้เข้ามาจับมือของข้าพเจ้า ความรู้สึกของข้าพเจ้าในตอนนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูกจนข้าพเจ้าต้องไปยืนข้างเพื่อน พอเพื่อนของข้าพเจ้าได้คุยมือถือเสร็จ เพื่อนของข้าพเจ้าก็ได้ไปคุยกับครูวชพิชญ ทรัพย์ศิริ เพื่อที่จะปรึกษาว่าจะทำอย่างไรต่อกับโครงการระหว่างที่เพื่อนข้าพเจ้าคุยกับครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ ข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ข้างเพื่อนและครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ อยู่อีกฝั่ง และหลังจากนั้นครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริก็ได้เดินเข้ามาโอบไหล่ของข้าพเจ้าและลูบมือข้าพเจ้าและได้เอามือมาลูบสะโพกของข้าพเจ้าหลังจากคุยเสร็จครูวรพิชญ ทรัพย์ศิริ ก็ได้ให้แอปเปิ้ลข้าพเจ้าและเพื่อนของข้าพเจ้าแล้วพูดท้าย ฉันไม่ได้จะพิศวาส เธอหรอกนะ

พี่เสือ นัก่าว จ.สงขลา

