ปทุมธานี – หนุ่มกร่างขับรถเล่นมือถือฉุนโดนบีบแตร ปาดหน้าเบรกใส่ผลักอกครูสาวทำเด็กในรถผวาหนัก
ปทุมธานีหนุ่มกร่างขับรถเล่นมือถือฉุนโดนบีบแตร ปาดหน้าเบรกใส่ผลักอกครูสาวทำเด็กในรถผวาหนัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย V2+” ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายคนหนึ่งแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ขับรถปาดหน้าและลงมาผลักอกผู้หญิงคนขับรถกระบะ ซึ่งภายในรถมีเด็กนั่งมาด้วย 4 คน และหนึ่งในนั้นเป็นผู้พิการที่ต้องใช้วีลแชร์ ทำให้เด็กๆ หวาดผวาจนร้องไห้ โดยระบุว่าเหตุเกิดบริเวณคลอง 10 จ.ปทุมธานี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับผู้เสียหาย ทราบชื่อคือ น.ส.สุดาวรรณ บุญรอด อายุ 33 ปี ครูอัตราจ้าง โรงเรียนวัดอัยยิการาม คลอง 9 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
น.ส.สุดาวรรณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.30 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถกระบะไปทำงาน โดยมีลูกๆ และเด็กนั่งมาด้วย เมื่อมาถึงบริเวณสัญญาณไฟจราจรคลอง 10 รถของตนอยู่ด้านหลังรถของคู่กรณี จากนั้นได้ขับตามกันมาประมาณ 1 กิโลเมตร สังเกตเห็นว่ารถคู่กรณีขับช้าผิดปกติและแช่เลนขวา เมื่อลูกๆ มองไปก็พบว่าคนขับกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ ตนจึงบีบแตรเตือนไป 2 ครั้งเพื่อขอทาง แต่รถคู่กรณีกลับไม่หลบ ตนจึงตัดสินใจเปลี่ยนช่องจราจรมาเลนกลาง รถคันดังกล่าวก็ขับปาดหน้ามาเลนกลางเพื่อไม่ให้แซง เมื่อตนเบี่ยงกลับไปเลนขวา คู่กรณีก็ปาดหน้าขวางไว้อีก จนกระทั่งตนตัดสินใจเบี่ยงออกเลนกลางอีกครั้ง คู่กรณีได้ขับปาดหน้าและเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อให้รถของตนชนท้าย แต่ตนเบรกทันและเปิดไฟฉุกเฉินไว้ เมื่อขับมาถึงบริเวณสะพานลอยคลอง 10 ตนจึงตัดสินใจจอดรถริมถนน หลังจากจอดรถ ชายคู่กรณีได้ลงจากรถและปรี่เข้ามาหาตนพร้อมพูดจาต่อว่าและท้าทาย ก่อนจะใช้มือผลักอกตน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงชวนไปเคลียร์ปัญหาที่สถานีตำรวจแต่คู่กรณีไม่ยอม ในจังหวะนั้นมีผู้ปกครองของนักเรียนที่โรงเรียนผ่านมาพบเหตุการณ์จึงพยายามเข้ามาห้ามปราม แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่หยุด ซ้ำยังพยายามถ่มน้ำลายใส่ตนแต่ไม่โดน

นอกจากนี้ ชายคู่กรณียังใช้มือดันประตูรถไม่ให้ตนขึ้นรถ และเมื่อหันไปเห็นลูกชายของตนกำลังถ่ายคลิปวิดีโออยู่ ก็ได้ชี้หน้าข่มขู่ ทำให้เด็กๆ ในรถซึ่งมีเด็กรวม 4 คน (โดยท้ายกระบะมีวีลแชร์ของเด็กที่พิการขาอยู่ด้วย) พากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอย่างหนัก
ภายหลังเกิดเหตุ ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ น.ส.สุดาวรรณ ได้ฝากข้อความทิ้งท้ายไปถึงครอบครัวของคู่กรณีว่า หากชายคนดังกล่าวมีอาการป่วย ควรพาไปรักษาให้ถูกต้อง ไม่ควรปล่อยให้มาขับรถบนท้องถนน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ได้


