ดร.จิต นำคณะผู้ประกอบการไทยบุก “นครฉงชิ่ง” ศึกษาโมเดลเศรษฐกิจอาหารโลก สร้างเครือข่าย B2B ดันเศรษฐกิจฐานรากไทยสู่ยุคใหม่

ดร.จิต นำคณะผู้ประกอบการไทยบุก “นครฉงชิ่ง” ศึกษาโมเดลเศรษฐกิจอาหารโลก สร้างเครือข่าย B2B ดันเศรษฐกิจฐานรากไทยสู่ยุคใหม่

ดร.จิต นำคณะผู้ประกอบการไทยบุก “นครฉงชิ่ง” ศึกษาโมเดลเศรษฐกิจอาหารโลก สร้างเครือข่าย B2B ดันเศรษฐกิจฐานรากไทยสู่ยุคใหม่
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.จิต สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และประธานภาคีเครือข่าย 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก นำคณะผู้ประกอบการร้านอาหาร ตลาดสด และภาคีเครือข่าย เดินทางศึกษาดูงานและสร้างเครือข่ายธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21–25 พฤษภาคม 2569
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคธุรกิจร้านอาหารไทย ที่ต้องการเรียนรู้โมเดลเศรษฐกิจอาหารระดับโลก เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับร้านอาหาร ตลาดสด และการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงพื้นที่ภาคกลาง-ตะวันตก ให้แข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
คณะศึกษาดูงานประกอบด้วย นางเยาวภา เกิดสวัสดิ์ ภรรยาของ อ.อรุณ เกิดสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมฯ นายวันชัย บุตรพันธ์ รองประธานสมาคมฯ นางพุทธิยา พันแสง ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายชำนาญ พึ่งเจาะ เลขานุการสมาคมฯ น.ส.สาริน ดีนาน ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ พร้อมสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเครือข่าย 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก เข้าร่วมศึกษาดูงานอย่างพร้อมเพรียง
“นครฉงชิ่ง” ถือเป็นหนึ่งในมหานครต้นแบบด้าน Street Food และเศรษฐกิจอาหารของโลก สามารถพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำ ตรอกซอกซอย และตลาดพื้นบ้าน ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้มหาศาล จนกลายเป็นเมืองจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ มุ่งเน้น 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการ Street Food และตลาดสดสมัยใหม่ การจัดระเบียบแผงลอย ระบบสุขาภิบาลและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาตลาดสดอัจฉริยะ (Smart Market) ที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัลและ Cashless รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร
นอกจากนี้ คณะยังได้ศึกษาแนวทางการเติบโตของธุรกิจอาหารจีน ที่เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ก่อนขยายสู่แฟรนไชส์ระดับโลก ผ่านระบบครัวกลาง (Central Kitchen) การควบคุมมาตรฐานอาหาร เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ และระบบเดลิเวอรีที่มีประสิทธิภาพ


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการตลาดยุคดิจิทัล ที่นครฉงชิ่งใช้พลังของโซเชียลมีเดีย Live Commerce และ Influencer Marketing สร้างกระแสจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งคณะเตรียมนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาพัฒนาอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่นของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และภาคกลาง-ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เมนูพื้นบ้าน และวัตถุดิบท้องถิ่น ให้กลายเป็น Soft Power ด้านอาหารของไทยในอนาคต
ดร.จิต กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวหรือดูงาน แต่คือการเปิดโลกธุรกิจ สร้างเครือข่าย และเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ระหว่างเกษตรกร ชาวประมง ตลาดสด ร้านอาหาร โรงแรม และภาคการท่องเที่ยว เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็งร่วมกันอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ยังมีแนวคิดการรวมพลังซื้อของสมาชิกในเครือข่าย เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดต้นทุน ผ่านโมเดล B2B Marketplace การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า ระบบสั่งซื้อกลาง และการสร้างแบรนด์ร่วมของสมาชิก เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ร้านอาหารและตลาดสดของภาคกลาง-ตะวันตกให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น
ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของภาคธุรกิจร้านอาหารและตลาดสดไทย ที่กำลังเร่งปรับตัวสู่ยุคใหม่ ด้วยการเรียนรู้จากโมเดลระดับโลก และนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่เศรษฐกิจชุมชน เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากไทยอย่างยั่งยืน

พิสิษฐ์รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร 064-364-1644