จ.จันทบุรี ถกวง “สภากาแฟ” จับมือเอกชน วางเกมรุกผลไม้จันทบุรีสู่ตลาดโลก รับฤดูกาลผลิตปี 2569 วางยุทธศาสตร์ผลไม้จันทบุรีให้ยืนหยัดในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน
จ.จันทบุรี ถกวง “สภากาแฟ” จับมือเอกชน วางเกมรุกผลไม้จันทบุรีสู่ตลาดโลก รับฤดูกาลผลิตปี 2569 วางยุทธศาสตร์ผลไม้จันทบุรีให้ยืนหยัดในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน
วันนี้ (7 ม.ค. 2569) บรรยากาศที่ห้องโถงสมาคมนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรไทย–จีน หรือห้องเย็นเกาฟง อำเภอท่าใหม่ คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเวที “สภากาแฟ”ใช้พื้นที่พูด – คุยอย่างเป็นกันเองเพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และความต้องการในการพัฒนาจังหวัด พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และประชาชน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เป็นจุดเริ่มต้นของการวางยุทธศาสตร์ผลไม้จันทบุรี ให้ยืนหยัดในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนประเด็นหลักของวงสนทนามุ่งเน้นไปที่การรักษามาตรฐานและเสถียรภาพราคาผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของ จังหวัดจันทบุรี ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด และลำไย ซึ่งล้วนเป็นสินค้าหลักในการส่งออกไปยังประเทศจีน โดยเน้นการยกระดับคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง การใช้เทคโนโลยีแปรรูป เพิ่มมูลค่าและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดสากล ขณะที่สมาคมนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรไทย–จีน นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะทิศทางการส่งออกทุเรียน ซึ่งในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา ทางการจีนเริ่มผ่อนปรนมาตรการตรวจสารตกค้าง BY2 นับเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยคลายความกังวลให้กับชาวสวนและผู้ประกอบการไทย และเปิดโอกาสให้การค้าขายเดินหน้าได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่เพียงผลไม้สดเท่านั้น ที่ประชุมยังหยิบยกแนวคิดการแปรรูปผลไม้รูปแบบใหม่ เพื่อขยายช่องทางธุรกิจ อาทิ การแปรรูปสับปะรดชิ้นเล็ก สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและหน้าพิซซ่าในตลาดต่างประเทศ สะท้อนการมองไกลกว่าเดิมของภาคการเกษตรจันทบุรี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเร่งด่วนที่ภาคเอกชนสะท้อนตรงกัน คือเรื่อง “แรงงาน” เพื่อรองรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งทางจังหวัดได้รับข้อเสนอทั้งหมดไว้ และเตรียมนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการสนับสนุนและจัดหาแรงงานให้เพียงพอ สอดรับกับปริมาณผลผลิตในปี 2569

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

