“สว.จำลอง” กางโมเดลญี่ปุ่น-เกาหลี หนุนผุด “ยูธลีก” รื้อรากฐานลูกหนัง แนะรัฐอัดงบ 100 ล้าน ปั้นเด็ก ปูทางสู่บอลโลก

“สว.จำลอง” กางโมเดลญี่ปุ่น-เกาหลี หนุนผุด “ยูธลีก” รื้อรากฐานลูกหนัง แนะรัฐอัดงบ 100 ล้าน ปั้นเด็ก ปูทางสู่บอลโลก

“สว.จำลอง” กางโมเดลญี่ปุ่น-เกาหลี หนุนผุด “ยูธลีก” รื้อรากฐานลูกหนัง แนะรัฐอัดงบ 100 ล้าน ปั้นเด็ก ปูทางสู่บอลโลก

“จำลอง” นั่งหัวโต๊ะถกสมาคมบอล-บิ๊กสโมสร เร่งปั้นรากฐานลูกหนังไทย ลุยตั้งคณะศึกษาแนวทางพัฒนาอย่างเป็นระบบ ปูทางสู่บอลโลก

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นการบริหารจัดการหรือฟุตบอลอาชีพและแนวทางการพัฒนาทีมชาติไทยอย่างยั่งยืน

โดยมีนายสุวิช จําปานนท์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่ 2 นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล อนุกรรมาธิการ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ อนุกรรมาธิการและโฆษก นายภานพ ใจเกื้อ อนุกรรมาธิการ นายสมบัติ หริสมบัติ อนุกรรมาธิการ ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ อนุกรรมาธิการและคณะเข้าร่วมประชุม พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลพลังกาญจน์ เอฟซีและสโมสรฟุตบอลเมืองทองยูไนเต็ด เข้าชี้แจง

นายมนูญ อุทะกะวารี รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ระบุว่า ปัจจุบันไทยให้ความสำคัญกับทีมชุดใหญ่ หรือ “ยอดภูเขา” มากเกินไป ขณะที่ฐานรากยังอ่อนแอ เนื่องจากขาดการแข่งขันลีกเยาวชนอย่างเป็นระบบ หรือ “ยูธลีก” รองรับนักเตะในช่วงอายุสำคัญ พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณปีละประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อจัดการแข่งขันในรุ่นอายุ U14 และ U16 สำหรับสร้างทีมสู่ฟุตบอลโลก U17 รวมถึงต่อยอดสู่ลีก U18 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลโลก U20 โดยเตือนว่าหากยังขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบ ทั้งนักเตะ ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน

ด้านผู้แทนของเมืองทอง ยูไนเต็ด สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว พร้อมเสนอให้เชื่อมโยงฟุตบอลระดับรากหญ้าและระดับจังหวัดเข้าสู่ “อีลิตลีก” เพื่อคัดเลือกนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่ทีมชาติในแต่ละช่วงอายุ และยกระดับมาตรฐานบุคลากรในวงการไปพร้อมกัน

สว.จำลองตอบรับแนวคิด พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบ โดยมีสมาคมและสโมสรเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษา พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องผลักดันให้ทีมชาติไทยชุดใดชุดหนึ่งผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกให้ได้

“ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยง ฟุตบอลโรงเรียนกับลีกอาชีพ โดยมีทั้งลีกโรงเรียน ตั้งแต่ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษาและอคาเดมี่ของสโมสรอาชีพพร้อมกัน รวมถึงมีลีกโรงเรียนและลีกอาชีพแยกกันชัดเจน นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมี JFA Talent Center 47 แห่ง กระจายทุกจังหวัดสำหรับค้นหาและคัดเลือกนักเตะ U12-U18 เข้าสู่ทีมชาติ ขณะที่เกาหลีใต้เน้นการค้นหาจากลีกมหาวิทยาลัยและส่งสู่ เคลีก

รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับสโมสรสนับสนุนงบประมาณประมาณ 100-150 ล้านเยนต่อปี หรือประมาณ 30-45 ล้านบาท สำหรับลีกเยาวชน ขณะที่เกาหลีใต้ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณ 50-70 ล้านวอนต่อปี หรือประมาณ 15-20 ล้านบาท ฟุตบอลไทยยังขาดยูธลีกระดับเยาวชนที่เป็นระบบ เหมือนที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มี ซึ่งหากไทยต้องการพัฒนาทีมชาติไทยอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มสร้างระบบลีกเยาวชนตั้งแต่ U14-U18 อย่างเป็นรูปธรรม“ สว.จำลอง กล่าว.

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา ยังมองว่าการพัฒนาฟุตบอลไม่สามารถพึ่งพายูธลีกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ในการพัฒนาหลักสูตรพลศึกษา และยกระดับครูพลศึกษาให้มีศักยภาพเป็นผู้ฝึกสอนมืออาชีพ เพื่อสร้างระบบผลิตนักเตะไทยอย่างครบวงจรในระยะยาว

ขณะที่คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา เตรียมนำข้อเสนอเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในวันที่ 24 มิ.ย.69 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ฟุตบอลเป็นกีฬานำร่องในการวางรากฐานเยาวชนอย่างยั่งยืน.