ข่าวคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก วันที่ 19 มิถุนายน 2569

ข่าวคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก วันที่ 19 มิถุนายน 2569

ข่าวคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก วันที่ 19 มิถุนายน 2569

สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ที่มี คุณหญิงปัทมา นำทัพ สุดโดดเด่น คว้าคะแนนธรรมาภิบาล 225 คะแนน
อยู่ในกลุ่มสูงสุด A1 ของโลก ยึดแถวหน้าร่วมกับสหพันธ์กีฬาชั้นนำของโลก
ชี้ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขององค์กรกีฬาแบดมินตันทุกระดับ

สหพันธ์แบดมินตันโลก (Badminton World Federation – BWF) ได้รับคะแนนรวม 225 คะแนน จากคะแนนเต็ม 240 คะแนน ในการประเมินมาตรฐานธรรมาภิบาล สหพันธ์กีฬานานาชาติ ครั้งที่ 6 (GTF IF Governance Assessment 2025–26) ของคณะทำงานด้านธรรมาภิบาลสมาคมสหพันธ์กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนนานาชาติ (ASOIF Governance Task Force – GTF) ส่งผลให้ BWF ถูกจัดให้อยู่ใน “กลุ่ม A1” ซึ่งเป็นกลุ่มสูงสุดของการจัดอันดับ และอยู่ในกลุ่มสหพันธ์กีฬานานาชาติ ที่มีมาตรฐานธรรมาภิบาลโดดเด่นที่สุดในโลก

รายงานการประเมินมาตรฐานธรรมาภิบาลสหพันธ์กีฬานานาชาติ ครั้งที่ 6 (GTF IF Governance Assessment 2025–26) ของคณะทำงานด้านธรรมาภิบาลสมาคมสหพันธ์กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนนานาชาติ (ASOIF Governance Task Force – GTF) ระบุอย่างชัดเจนว่า BWF มีคะแนนจากการประเมินจริง อยู่ที่ 225 คะแนน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจาก 218 คะแนนในการประเมินรอบก่อนหน้า และอยู่ในช่วงคะแนนของกลุ่ม A1 ที่มีค่าตั้งแต่ 210–228 คะแนน ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมสหพันธ์กีฬาชั้นนำ เช่น ฟุตบอล ว่ายน้ำ กรีฑา จักรยาน วอลเลย์บอล และรักบี้ รายงานยังชี้ว่า BWF อยู่ในกลุ่ม “Joint third” เมื่อเปรียบเทียบภาพรวมคะแนนกับสหพันธ์อื่น ๆ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แบดมินตันอยู่ในแถวหน้าของโลกด้านธรรมาภิบาลกีฬา
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก กล่าวว่า ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รายงานของ ASOIF ยืนยันว่า BWF ได้คะแนนรวม 225 คะแนน และอยู่ในกลุ่ม A1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของโลกด้านธรรมาภิบาลกีฬา นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าครอบครัวแบดมินตันโลกทำงานบนรากฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง
รายงาน GTF ระบุด้วยว่า BWF ทำผลงานได้ดีมากในทุกด้าน และมีคะแนนเฉลี่ยต่อดัชนีสูงถึง 3.75 จาก 4.00 ซึ่งสะท้อนความแข็งแรงอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความโปร่งใส ความซื่อสัตย์และจริยธรรม ประชาธิปไตยภายในองค์กร การพัฒนาและความยั่งยืน และกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุล นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างคะแนนประเมินตนเองของ BWF กับคะแนนที่คณะทำงาน ASOIF ประเมิน มีเพียง 2 คะแนน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของ สหพันธ์นานาชาติอื่น ๆ ถูกปรับลดลงประมาณ 15 คะแนน แสดงให้เห็นว่าการประเมินตนเองของ BWF มีความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือในสายตาผู้ประเมินอิสระ
“ตัวเลข 225 คะแนน กับการอยู่ในกลุ่ม A1 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า แบดมินตันไม่ใช่แค่กีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แต่ยังเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการองค์กรกีฬายุคใหม่ที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ดิฉันถือว่านี่คือ ชัยชนะร่วมกัน ของ BWF เจ้าหน้าที่ ทีมงานทุกคน นักกีฬา แฟนแบดมินตัน และชาติสมาชิกทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยของเรา และยังสะท้อน ความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขององค์กรกีฬาแบดมินตันในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับสมาคม ของประเทศสมาชิก ระดับสหพันธ์ของแต่ละทวีป จนถึงสหพันธ์กีฬาแบดมินตันโลก ตามหลักคิด Together we lead, Together we achieve, Together we shine” คุณหญิงปัทมา กล่าว
ทั้งนี้ รายงานของ ASOIF ยังยกตัวอย่างจุดแข็งเชิงรูปธรรมของ BWF หลายด้าน เช่น การมีหน่วยงานด้านธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์ ที่ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก และมีกระบวนการสืบสวนและพิจารณาคดีที่เป็นอิสระ โดยมี คณะกรรมการพิจารณาอิสระ และเจ้าหน้าที่ส่งต่อที่แต่งตั้งผ่านกลไกอิสระตามธรรมนูญของ BWF
การมีนโยบายด้านความโปร่งใส การต่อต้านการทุจริต การป้องกันการล้มกีฬา และการปกป้องผู้แจ้งเบาะแส ที่ได้รับการบังคับใช้จริง พร้อมทั้งเผยแพร่คำตัดสินและกรณีศึกษาอย่างต่อเนื่อง
การมีเป้าหมายที่ชัดเจนด้านความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลาย โดยกำหนดให้สภา BWF มีสัดส่วนอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ ของแต่ละเพศ และปัจจุบันสภา BWF มีสัดส่วนสตรีถึง 33 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงประธานสหพันธ์ซึ่งเป็นสตรีไทย
การลงทุนอย่างเป็นระบบในด้านการพัฒนา และ “Sport for all” ผ่านความร่วมมือกับสมาพันธ์ทวีปต่าง ๆ และโครงการ Shuttle Time รวมถึงการสนับสนุนกีฬาแบดมินตันคนพิการ (Para badminton) อย่างจริงจัง จนทำให้จำนวนประเภทเหรียญรางวัลและโควตานักกีฬาในพาราลิมปิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกิจกรรม และการจัดตั้ง คณะกรรมการด้านสังคมและมนุษยธรรม เพื่อผลักดันโครงการด้านผู้ลี้ภัย ชุมชนเปราะบาง และพันธมิตรด้านมนุษยธรรมร่วมกับองค์กรระดับโลก เช่น UNHCR, Special Olympics และ Peace and Sport
“สิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญมาก คือการทำให้หลักธรรมาภิบาลไม่ใช่แค่ข้อบังคับบนกระดาษ แต่เป็นวัฒนธรรมการทำงาน ของเราในทุกระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการบริหาร ทีมงาน ไปจนถึงเครือข่ายชาติสมาชิกและพันธมิตรทั่วโลก รายงานของ ASOIF ยืนยันให้เห็นว่า BWF เดินมาถูกทาง แต่สำหรับดิฉัน ความสำเร็จนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมาตรฐานที่เราต้องรักษาและยกระดับขึ้นไปอีก” คุณหญิงปัทมา กล่าวย้ำ
สำหรับประเทศไทย การที่ประธาน BWF เป็นคนไทย และมีชื่อปรากฏในรายงานธรรมาภิบาลระดับนานาชาติฉบับนี้ในฐานะผู้นำองค์กรที่ได้รับคะแนนในระดับ “Joint third” ของโลก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยบนเวทีกีฬานานาชาติอย่างชัดเจน ทั้งในด้านวิสัยทัศน์ ความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ และความมุ่งมั่นที่จะใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสรรค์สังคมโลกในระยะยาว
“ดิฉันจะใช้โอกาสนี้ เดินหน้าทำงานเชื่อมโยงระหว่าง BWF กับวงการแบดมินตันไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในด้านโอกาสของนักกีฬาเยาวชน การพัฒนาบุคลากร การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้สมาคมสมาชิก และการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นคุณค่าของการเล่นกีฬา เคารพกติกา และยืนหยัดบนความซื่อสัตย์” คุณหญิงปัทมา กล่าวในตอนท้าย