“วัดร่มโพธิธรรม” ยอมคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อและป่าภูกระแต ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2560
“วัดร่มโพธิธรรม” ยอมคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อและป่าภูกระแต ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2560
วันที่ 6 ก.ค. พ.ศ. 69 กรมป่าไม้ ภายใต้การนำของกรมบังคับคดี ได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดเลย, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, บก.ปทส., บก.ปปป., กองปราบปราม, กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หน่วยสาธารณสุข, อำเภอหนองหิน ,การไฟฟ้า และอีกหลายภาคส่วน
ร่วมปฏิบัติการภารกิจต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการฟ้าสางที่หนองหิน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการควบคุมและผลักดันให้ คนงาน ตัวแทน ผู้รับจ้าง และบริวาร ออกจากพื้นที่พิพาท รวมเนื้อที่ 754 ไร่เศษ เพื่อทวงคืนพื้นที่สาธารณกลับคืนสู่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อและป่าภูกระแต ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2560 ที่ถึงที่สุดแล้ว

รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานบังคับคดีอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อทำคำพิพากษาศาลฎีกาสูงสุดให้ศักดิ์สิทธิ์ และทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีอยู่จริง
โดยกำชับให้ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ไม่ใช้อารมณ์ และใช้คำพูดที่สุภาพนิ่มนวล เพื่อมุ่งหวังให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ ก่อนที่กรมบังคับคดีจะส่งมอบพื้นที่ให้กรมป่าไม้ดูแลปกปักรักษาต่อไป
หลังจากมีการยื่นบอบเขตกำหนดเวลา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พบว่าพระและประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยออกจากพื้นที่แล้ว ปฏิบัติการในวันนี้ คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
โดยกรมป่าไม้จะตั้งกองอำนวยการ/กองบัญชาการเพื่อควบคุมพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายด้านสาธารณูปโภคอย่างเข้มงวด ทั้งการให้การไฟฟ้าเข้าตัดไฟ และการแจ้งความดำเนินคดีกรณีขุดบ่อบาดาลเถื่อนพร้อมยึดอุปกรณ์ ทั้งนี้
นายกฤษกร สิงมูล ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการตรวจสอบและการจัดการสิ่งปลูกสร้าง

นิยามของการสละการครอบครอง การย้ายออกที่ถูกต้อง จำเลยต้องไขกุญแจหรือปลดล็อคบ้าน ที่พัก เพื่อให้กรมบังคับคดีและป่าไม้เข้าตรวจสอบ หากบ้านหลังใดยังล็อกกุญแจอยู่ จะถือว่ายังไม่สละการครอบครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองเพื่อตามตัวมาเปิดตึกตรวจสอบให้ครบถ้วน 100% ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะส่งมอบพื้นที่ให้กรมป่าไม้
ในเฟสปัจจุบัน คำพิพากษาศาลฎีกาสั่งให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่พิพาท 754 ไร่เศษก่อน โดยยังไม่มีการให้วัดรื้อทรัพย์สินในทันที สำหรับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจะเป็นเฟสต่อไป ซึ่งทำได้ 2 ทาง คือ เจ้าของรื้อถอนเอง หรือหากไม่ยอมรื้อถอน กรมป่าไม้จะใช้อำนาจตาม ม.25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ เข้าดำเนินการรื้อถอนเอง
โดยที่เจ้าของหรือผู้สร้างสิ่งปลูกสร้างต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับการเข้ากระชับพื้นที่ทั้ง 9 โซน วันนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบกลุ่มผู้ป่วยและผู้สูงอายุอยู่ด้านใน ซึ่งทางจังหวัดได้ประสาน พมจ. และหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดเข้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง พมจ. จะดำเนินการเข้ามารับตัวผู้สูงอายุ ผู้ป่วยทางสติปัญญา รวมถึงผู้ป่วยออทิสติกและจิตเวช เพื่อนำไปอยู่ในความคุ้มครองของรัฐอย่างถูกต้อง โดยมีเพียง 1 รายเท่านั้นที่ยืนยันว่าจะไม่ออกจากพื้นที่

#ปกครองจังหวัดเลย
#วัดร่มโพธิธรรม
#ป่าไม้เขต6
#กรมป่าไม้
#กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
#บก.ปทส.
#บก.ปปป.
#กองปราบปรามกองกับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย
#ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเลย
#ไฟฟ้าจังหวัดเลย
#สาธารณสุข
– ภาพ – ข่าว ทีมข่าวภาคสนามภูมิภาค ๐๑ รายงาน

