“รมว.สุรศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ ถก 17 สมาคมกีฬาฯ ชงนโยบายปลดล็อกงบกองทุนฯ สร้างความชัดเจน มุ่งยกระดับแผนพัฒนานักกีฬาไทยระยะยาว พร้อมดัน 27 เยาวชนไทยสู้ศึกยูธโอลิมปิก
“รมว.สุรศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ ถก 17 สมาคมกีฬาฯ ชงนโยบายปลดล็อกงบกองทุนฯ สร้างความชัดเจน มุ่งยกระดับแผนพัฒนานักกีฬาไทยระยะยาว พร้อมดัน 27 เยาวชนไทยสู้ศึกยูธโอลิมปิก
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับตัวแทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยกว่า 17 สมาคม พร้อมด้วยคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และตัวแทนอดีตนักกีฬาทีมชาติไทย โดยมุ่งเน้นการรับฟังปัญหา อุปสรรค และร่วมกันกำหนดทิศทางการบริหารจัดการกีฬาของชาติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการทำความรู้จักและรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยประเด็นสำคัญ (Pain Point) ที่ทุกสมาคมสะท้อนตรงกันคือ “ความไม่ชัดเจนของโครงสร้างงบประมาณและการเบิกจ่าย” จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความลังเลในการวางแผนการฝึกซ้อม การจัดการแข่งขัน และการพัฒนานักกีฬาในระยะยาว เนื่องจากสมาคมต่างๆ ไม่สามารถประเมินงบประมาณสนับสนุนรายปีได้อย่างแม่นยำ

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) มีภารกิจและเป้าหมายหลักในการส่งเสริมศักยภาพนักกีฬาไทยให้พร้อมสำหรับการแข่งขันทุกระดับ วันนี้เราจึงต้องกลับมาแก้ปัญหาที่โครงสร้าง โดยผมได้ยืนยันกับทุกสมาคมฯ ว่า จากนี้ไปการสนับสนุนจะต้องมีความชัดเจนและโปร่งใส สมาคมต่างๆ ต้องรับทราบกรอบงบประมาณที่แน่นอน เพื่อให้สามารถเดินหน้าแผนการเตรียมนักกีฬา การดูแลสวัสดิการขวัญกำลังใจ รวมถึงค่าตอบแทนผู้ฝึกสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีงบประมาณมารองรับ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการบริหารจัดการกองทุนฯ ในอนาคต โดยยอมรับว่าปัจจุบันกองทุนฯ มีข้อจำกัดเรื่องเม็ดเงินที่อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นสำหรับรายการแข่งขันระดับนานาชาติ หรือการจัดกิจกรรมกีฬาที่เป็นพื้นฐานสำคัญระดับชาติ กก.จะพิจารณาแนวทางการขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินประจำปีเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อกองทุนฯ เพียงทางเดียว ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณมีความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกสมาคมฯ
รมว.กก. กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยจำนวน 27 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ได้มีการสั่งการเร่งด่วนให้สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องรีบนำเสนอแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมเข้ามาทันที เพื่อให้กก.และกองทุนฯ สามารถอนุมัติและเริ่มสนับสนุนงบประมาณได้ตั้งแต่ช่วงปี 2569 เป็นต้นไป โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขัน เพื่อสร้างความพร้อมและความมั่นใจให้กับทัพนักกีฬาเยาวชนไทยในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป


