กาญจนบุรี – เปิดฉากสุดคึกคักกีฬากลุ่มเครือข่ายฯ ประดู่แก้ว ทัพนักกีฬาจิ๋ว 10 โรงเรียนจัดเต็มขบวนพาเหรด

กาญจนบุรี – เปิดฉากสุดคึกคักกีฬากลุ่มเครือข่ายฯ ประดู่แก้ว ทัพนักกีฬาจิ๋ว 10 โรงเรียนจัดเต็มขบวนพาเหรด

กาญจนบุรีเปิดฉากสุดคึกคักกีฬากลุ่มเครือข่ายฯ ประดู่แก้ว ทัพนักกีฬาจิ๋ว 10 โรงเรียนจัดเต็มขบวนพาเหรด

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านช่องกลิ้งช่องกรด ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนของกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาประดู่แก้วอย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและสีสันจากเหล่านักกีฬาตัวน้อย คณะครู รวมถึงผู้ปกครองที่มาร่วมเชียร์บุตรหลานอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ นางสาวจารุวรรณ คงวิเชียร ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านน้ำโจน ได้นำคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยทัพนักกีฬาได้มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง กระทั่งเวลา 08.00 น. ได้เข้าสู่ช่วงไฮไลต์แรกของงาน คือการเดินขบวนพาเหรดสุดอลังการ นำโดยวงดุริยางค์ที่บรรเลงเพลงอย่างเร้าใจ นำทัพนักกีฬาจาก 10 โรงเรียนในเครือข่ายเข้าสู่สนาม ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านช่องกลิ้งช่องกรด (เจ้าภาพ) โรงเรียนบ้านหนองจั่น โรงเรียนบ้านหนองปรือ โรงเรียนบ้านน้ำโจน โรงเรียนบ้านตลุงเหนือ โรงเรียนบ้านโป่งไหม โรงเรียนบ้านหนองนกแก้ว โรงเรียนบ้านหนองตาภ้าย โรงเรียนบ้านหนองเค็ด และโรงเรียนบ้านหนองประดู่

 
ต่อมาในเวลา 09.00 น. ประธานในพิธีได้เดินทางมาถึงและเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีพิธีเชิญธงชาติและธงประจำการแข่งขันขึ้นสู่ยอดเสา ท่ามกลางเสียงเพลงมหาฤกษ์และกราวกีฬา จากนั้นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้กล่าวรายงานและรับฟังโอวาท นอกจากนี้ ยังมีพิธีกล่าวคำปฏิญาณตนของนักกีฬาอาวุโส การวิ่งคบเพลิงซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงสปิริตของการแข่งขัน การแสดงโชว์สุดพิเศษ รวมถึงการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิด ในเวลา 10.00 น. การแข่งขันได้ประเดิมสนามด้วยวิ่งผลัดของนักเรียนชั้นอนุบาล และการแข่งขันชักเย่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งสามารถเรียกเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากรอบขอบสนามได้อย่างล้นหลาม ก่อนที่ในเวลา 11.00 น. จะเริ่มการแข่งขันกีฬาทุกประเภทอย่างเต็มรูปแบบ
การแข่งขันกีฬานักเรียนกลุ่มเครือข่ายฯ ประดู่แก้วในปีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีประลองความสามารถทางด้านร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังน้ำใจนักกีฬาให้รู้จัก “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ตลอดจนสร้างความสมานฉันท์ระหว่างโรงเรียนในชุมชนได้อย่างยอดเยี่ยม