ร้อยเอ็ดเร่งสูบน้ำวันละ 5,000 คิว ช่วยบ้านโคกสง่ารอดภัยแล้ง ผู้ว่าฯ สั่งสำรวจ 200 ท้องถิ่น รับมือปี 2570

ร้อยเอ็ดเร่งสูบน้ำวันละ 5,000 คิว ช่วยบ้านโคกสง่ารอดภัยแล้ง ผู้ว่าฯ สั่งสำรวจ 200 ท้องถิ่น รับมือปี 2570

ร้อยเอ็ดเร่งสูบน้ำวันละ 5,000 คิว ช่วยบ้านโคกสง่ารอดภัยแล้ง ผู้ว่าฯ สั่งสำรวจ 200 ท้องถิ่น รับมือปี 2570

ร้อยเอ็ด – ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำบ้านโคกสง่า หลังน้ำดิบผลิตประปามีใช้ได้เพียง 2 เดือน เร่งสูบน้ำจากลำห้วยหนองแคนเติมหนองคูขาด วันละ 5,000 ลูกบาศก์เมตร ตั้งเป้าเติมน้ำรวม 75,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมสั่งสำรวจแหล่งน้ำประปาหมู่บ้านทั่วจังหวัด เตรียมรับมือภัยแล้งปี 2570

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนางสุทิวา ปิ่นเจริญ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เกษตรและสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานร้อยเอ็ด ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หมู่ 5 บ้านโคกสง่า ตำบลปอภาร อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน โดยมีนายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด และร้อยตำรวจโทวิเชียร แก้วไพรวัน นายกเทศมนตรีตำบลปอภาร พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

นายชัชวาลย์เปิดเผยว่า ตำบลปอภารกำลังเผชิญปัญหาแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ โดยมีน้ำสำรองใช้ได้เพียงประมาณ 2 เดือน จังหวัดจึงบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนสูบน้ำจากลำห้วยหนองแคนลำเลียงไปเติมยังหนองคูขาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปา ตั้งเป้าปริมาณน้ำรวม 75,000 ลูกบาศก์เมตร สูบน้ำวันละ 5,000 ลูกบาศก์เมตร

ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่น เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำสำรองให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่

สั่งสำรวจ 200 ท้องถิ่น เร่งเติมน้ำก่อนวิกฤติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดกล่าวว่า จังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 20 อำเภอ สำรวจแหล่งน้ำดิบของระบบประปาหมู่บ้านที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 200 แห่งทั่วจังหวัด เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยคาดว่าจะได้รับผลสำรวจภายในวันศุกร์นี้ ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนเติมน้ำดิบในแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน จากการประเมินร่วมกันของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและชลประทาน พบว่าในปี 2570 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด มีแนวโน้มเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำ จังหวัดจึงเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. เร่งสำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค โดยนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังมีอยู่มาเติมแหล่งน้ำดิบของระบบประปา เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง
2. เตรียมรับมือภัยแล้งภาคการเกษตร มอบหมายสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการทำฝนหลวงเติมน้ำให้แหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำชลประทานในช่วงที่สภาพอากาศยังเอื้ออำนวย โดยคาดว่าความชื้นในอากาศอาจยังเหมาะสมต่อการปฏิบัติการได้ถึงช่วงไม่เกินเดือนธันวาคม
3. สำรวจและบริหารจัดการน้ำบาดาล ตรวจสอบพื้นที่ที่อาจขาดแคลนน้ำบาดาล พร้อมวางแผนใช้แหล่งน้ำผิวดินและน้ำบาดาลร่วมกัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบประปาในแต่ละพื้นที่

เร่งประสานงบรัฐบาล ยืนยันดูแลประชาชนเต็มที่

นอกจากนี้ จังหวัดได้มอบหมายสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจสอบแนวทางการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลสำหรับป้องกันและยับยั้งสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติหลักการ ซึ่งจังหวัดยังรอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นายชัชวาลย์ยืนยันว่า จังหวัดร้อยเอ็ดจะเร่งบริหารจัดการน้ำทั้งในสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งข้อมูลพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเร่งสำรวจ ประเมินสถานการณ์ และวางแผนช่วยเหลือได้ตรงจุด

ทั้งนี้ จังหวัดมุ่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการสำรองน้ำดิบ การบริหารจัดการน้ำบาดาล และการประสานขอรับการสนับสนุนฝนหลวง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570 ให้ได้มากที่สุด

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ