ทางหลวงชนบทโต้กระแสโซเชียล ไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล ไม่กระทบโครงสร้างหลัก – ไม่ถึง 15 ล้าน
ทางหลวงชนบทโต้กระแสโซเชียล ไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล ไม่กระทบโครงสร้างหลัก – ไม่ถึง 15 ล้าน
กรมทางหลวงชนบทออกโรงชี้แจงกระแสข่าวโซเชียล ปมเหตุเพลิงไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล ยืนยันไม่กระทบโครงสร้างหลัก สะพานยังแข็งแรงปลอดภัย ค่าเสียหายไม่ได้สูงถึง 15 ล้านบาท อยู่ระหว่างประเมินซ่อม คาดไม่เกินหลักล้าน พร้อมเตรียมพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 กรมทางหลวงชนบท ออกมาชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างถึงเหตุเพลิงไหม้บริเวณตอม่อสะพานภูมิพล โดยมีการอ้างข้อมูลจากผู้ให้บริการเครนที่เข้าดำเนินการซ่อมแซม ระบุว่ากรมทางหลวงชนบทว่าจ้างเครนขนาด 30 ตัน ในอัตราวันละ 13,000 บาท และมีความเสียหายของปูนคอนกรีตด้านล่างจากเพลิงไหม้ถึง 2 ใน 3 รวมถึงมีการอ้างว่า ผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุคึกคะนองจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 15 ล้านบาทนั้น
นายเรวัต สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม กรมทางหลวงชนบท ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบทางวิศวกรรม พบว่าความเสียหายของคอนกรีตเกิดขึ้นเพียงบางส่วน เฉพาะบริเวณผิวปูนที่ถูกความร้อนจากเพลิงไหม้เท่านั้น ขณะที่คอนกรีตภายใต้ผิวที่กระเทาะออก ยังคงมีค่ากำลังอัดเป็นไปตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้ โครงสร้างตอม่อสะพานยังคงมีความมั่นคง แข็งแรง และสามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนแต่อย่างใด


ขณะที่ประเด็นมูลค่าความเสียหายและค่าซ่อมแซม นายเรวัตยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการ ประมาณการไว้เพียง 1 ล้านบาท อาจขยับขึ้นหรือลงต้องสรุปอีกครั้ง แต่ไม่ได้มีมูลค่าสูงตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินความเสียหาย และดำเนินการซ่อมแซมตามหลักวิศวกรรมอย่างเหมาะสม
ในส่วนของข้อมูลที่มีการโพสต์และแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์นั้น ทางกรมทางหลวงชนบทยืนยันว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือเข้าข่ายเป็นข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดในข้อกฎหมาย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง จากความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าว
นายเรวัต สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม กรมทางหลวงชนบท เปิดเผยกับสื่อว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวกันในสื่อออนไลน์และข้อความต่างๆ หลังที่ทางเราได้รับเรื่องมา มิได้นิ่งนอนใจ พยายามหาสืบข่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ขอเรียนพี่น้องประชาชนข่าวที่ออกมา มิได้เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอยืนยันว่า ส่วนของบริเวณสะพานที่มีความเสียหาย มีเสียหายเฉพาะบริเวณที่มีไฟไหม้เท่านั้น ส่วนของเนื้อคอนกรีตที่กระเทาะออก เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของสะพาน ขอยืนยันว่ายังเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ ตัวสะพานยังมีความแข็งแรง ในส่วนเรื่องค่าที่จะซ่อมแซมที่มีข่าวออกไป ว่ามีความเสียหาย 15 ล้านบาท ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการสำรวจประเมินการว่า ค่าซ่อมครั้งนี้อยู่ 1 ล้านบวกลบเท่านั้น ไม่ถึง 15 ล้านบาทแต่อย่างใด ขอยืนยัน ไม่มีมูลค่าสูงตามที่เป็นข่าว ส่วนที่มีการโพสต์ต้องให้กรมพิจารณาในส่วนของข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

สำหรับคดีความ พ.ต.ท.ประจวบ แขตสันเทียะ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.สำโรงใต้ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จากการสืบสวน พบตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเด็กเยาวชน อายุ 10-11 ปี ซึ่งก็ได้รับความคุ้มตาม พรบ. คุ้มครองเด็ก เฉพาะฉะนั้น กระบวนการดำเนินคดี ก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนตัวเด็กเบื้องตันได้มีการไปพบตัว และสอบถามข้อมูลเบื้องตัน แต่ว่าไม่ใช่กระบวนการในการสืบสวน เนื่องจากว่าต้องได้รับความคุ้มครองตาม พรบ. คุ้มครองเด็ก ส่วนที่มีข่าวว่าได้มีการเอาตัวมาควบคุมไว้ อันนี้ยังไม่มีการควบคุมไว้หรือดำเนินคดีแต่อย่างใด
ในส่วนของค่าเสียหายเกี่ยวกับสะพานที่ได้รับความเสียหายเกี่ยวกับท่อน้ำทิ้ง อันนั้นเป็นขั้นตอนของการประเมินความเสียหาย แล้วก็เป็นการสำรวจของแขวงทางหลวงชนบท อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ ยังไม่ได้ระบุตัวเลขมาชัดเจนว่าเสียหายเท่าไร ส่วนข้อมูลที่ลงอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ได้จากสอบถามจากผู้รู้ที่ชัดเจน อาจจะต้องตรวจสอบว่ามีจุดประสงค์หรือวัตถุประสงค์อะไร ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือไม่ อันนั้นเป็นขั้นตอนของผู้ที่ได้รับผลกระทบอีกที่หนึ่ง การเสพข้อมูลหรือรับข่าวจากสื่อโซเชียล ก็ให้ใช้วิจารณญาณ เนื่องจากว่าบางอย่าง ก็ไม่มีมูลความจริงเท่าที่ควร บางอย่างก็อาจต้องสอบถามผู้รู้หรือเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น ในส่วนของค่าเสียหายต่างๆ
ส่วนของเรื่องคดีต้องให้เวลาในการสอบสวน เพราะการสอบสวนเกี่ยวกับเด็ก แล้วก็จะมีกฎหมายของการยกเว้นโทษ ส่วนความรับผิดในทางแพ่ง ก็ต้องพิสูจน์กันว่ามีความประมาณหรือเจตนาอะไรยังไง ข้อมูลจากการที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่ได้ระบุได้ขนาดนั้นว่าเหตุเกิดขึ้นในลักษณะไหน รู้แค่ว่าจุดต้นเพลิงเป็นบริเวณช่องท่อด้านล่างที่ติดกับพื้น ไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อมูลจากกล้องส่วนอื่นที่จะมายืนยันได้ ทางตำรวจยืนยันว่าไม่มีการควบคุมตัวเด็ก หรือดำเนินคดี เพียงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนในส่วนอื่นเท่านั้น

***********************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

