กฟน.ระดมช่างกว่า 200 ชีวิต เร่งปักเสาพาสาย หลังรถพ่วงเกี่ยวสายไฟทำเสาไฟล้มกว่า 70 ต้น คาดเสียหายไม่ต่ำ 10 ล้าน

กฟน.ระดมช่างกว่า 200 ชีวิต เร่งปักเสาพาสาย หลังรถพ่วงเกี่ยวสายไฟทำเสาไฟล้มกว่า 70 ต้น คาดเสียหายไม่ต่ำ 10 ล้าน

กฟน.ระดมช่างกว่า 200 ชีวิต เร่งปักเสาพาสาย หลังรถพ่วงเกี่ยวสายไฟทำเสาไฟล้มกว่า 70 ต้น คาดเสียหายไม่ต่ำ 10 ล้าน

จากกรณีที่มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อไปเกี่ยวสายเคเบิ้ลจนดึงเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดเป็นระยะทางยาวเกือบสองกิโลเมตร ริมถนนสุขุมวิทสายเก่า ตั้งแต่โค้งฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลเมืองสมุทรบางปู ยาวจนไปถึงทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางปู ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ช่วงตีหนึ่งที่ผ่านมา ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหักโค่นมากกว่า 70 ต้น ล้มต่อเนื่องเป็นแนวยาว


ล่าสุดเมื่อช่วงสาย วันที่ 30 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์โดยเร็ว ขณะที่ในบางจุดสามารถจ่ายไฟได้แล้วบางส่วน
ด้านสภาพการจราจร บริเวณทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางปู รถสามารถเข้า–ออกพื้นที่ได้ตามปกติ การจราจรไม่ติดขัดอย่างที่หลายฝ่ายกังวล
นาย นที ถิ่นวงษ์แย ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบำรุงรักษาระบบจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง บอกว่า ในเบื้องต้นทางการไฟฟ้านครหลวงได้ระดมเครื่องจักร และเจ้าหน้าที่รวมกว่า 200 คน กำลังเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่และปักเสาไฟฟ้าใหม่พร้อมพาดสายไฟเพื่อจะเร่งจ่ายไฟให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยคาดว่าไม่เกินเที่ยงคืนของวันนี้จะสามารถจ่ายไฟได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกจุดที่ได้รับผลกระทบ ส่วนจำนวนเสาไฟฟ้าที่เสียหาย เอาเฉพาะเสาไฟฟ้าขนาดกลางสูง 12 เมตร จำนวน 70 กว่าต้นซึ่งไม่รวมอุปกรณ์ โดยการไฟฟ้าประเมินความเสียหายไว้อย่างต่ำ 10 ล้านบาท


พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู เปิดเผยในส่วนของการดำเนินคดีกับคนขับรถบรรทุก เบื้องต้นไม่พบแอลกอฮอล์ในเลือด และแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งจะต้องรอให้การไฟฟ้านครหลวงประเมินความเสียหายและเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
นายวุฒิ อายุ 62 ปี วินจักรยานยนต์ในพื้นที่ บอกว่า เหตุการณ์สายไฟพาดขวางทางเข้าซอยนั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ซึ่งตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เมื่อตนออกมาทำงานในช่วงเช้า พบว่าเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าได้เข้ามาดำเนินการเคลียร์เส้นทางให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้รถสามารถสัญจรเข้า-ออกซอยได้ตามปกติ สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ สภาพความเป็นอยู่และการทำงานบ้าง เนื่องจากไม่มีที่พักคอยรับลูกค้าตามปกติ แต่คาดว่าการซ่อมแซมทั้งหมดน่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็น่าจะแล้วเสร็จ ในส่วนของสภาพการจราจรโดยรวม เจ้าตัวให้ข้อมูลว่าแม้จะมีการจราจรที่ติดขัดอยู่บ้างภายในซอยซึ่งเป็นเรื่องปกติในทุกวัน แต่โดยรวมแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงจนเกินไป


นายณัฐพล ผุดผ่องพรรณ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านชำในพื้นที่ เปิดเผยถึงความเดือดร้อนจากเหตุการณ์เสาไฟฟ้าล้มว่า ตนเองเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจากไฟฟ้าที่ร้านดับไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ในตอนแรกยังไม่ทราบสาเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าจึงได้รู้ว่าเป็นเพราะเสาไฟฟ้าหัก เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพโดยตรง เนื่องจากร้านต้องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งเครื่องตัดน้ำแข็งและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ไม่สามารถเปิดร้านขายของได้ตามปกติจนถึงช่วงเวลาเกือบ 09.00 น. นอกจากนี้ ปัญหายังลามไปถึงระบบน้ำประปาที่ใช้เครื่องไดโว่ไฟฟ้าในการสูบน้ำก็ไม่สามารถใช้งานได้ ที่น่ากังวลที่สุดคือตู้แช่น้ำและตู้แช่น้ำแข็งที่ไฟฟ้าดับสะสมเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จนทำให้น้ำแข็งเริ่มละลายและสร้างความเสียหายให้กับวัตถุดิบภายในร้าน ซึ่งในตอนนี้ไฟฟ้าก็ยังคงไม่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ


******************************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ