ตำรวจภาค 9 แถลงจับกุมขบวนการฆ่า “นายพะยอม สังข์ทอง” รวบผู้ต้องหา 4 ราย
ตำรวจภาค 9 แถลงจับกุมขบวนการฆ่า “นายพะยอม สังข์ทอง” รวบผู้ต้องหา 4 ราย
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก พล.ต.ต.วรา เวขาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9 , พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.ๆ ช่วยราชการ รอง ผบก.สส.ก.9 แถลงผลการจับกุมคดีฆาตกรรม นายพะยอม สังข์ทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง จังหวัดพัทลุง หลังถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์ บนถนนสายพรุโอน–ท่ามะปราง หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 โดยคดีดังกล่าวถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นวงกว้าง
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยมอบหมายให้ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม และตำรวจในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง เร่งสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
ผลการสืบสวนสามารถออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายโกวิทย์ รัชนียะ อายุ 62 ปี เสื้อฟ้า เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”

สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.ควรสัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
2. นายธันพิสิษฐ์ ปัญจสุวรรณ์ เสื้อน้ำตาล ทำหน้าที่เป็นมือปืน อายุ 48 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.28/2569 ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
3. นายศักดิ์ชัย รัชนียะ อายุ 50 ปี เสื้อสีน้ำเงิน ทำหน้าที่ขับรถยนต์ไปรับกลุ่มมือปืนหลังก่อเหตุ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา
4. นายวิทวัฒน์ บุญสนอง อายุ 41 ปี เสื้อสีส้ม เป็นคนขับรถยนต์ให้มือปืน อายุ 41 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สถานที่จับกุม ห้างสรรพสินค้า ต.บ้านใหญ่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางหลายรายการ อาทิ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ที่ใช้ก่อเหตุ รถยนต์ฮอนด้า CR-V สีดำ โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง เงินสดรวมกว่า 9 แสนบาท อาวุธปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติพร้อมเครื่องกระสุน ทองคำหนัก 5 บาท และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา
จากการสอบสวนพบว่า คนร้ายมีพฤติการณ์เป็นลักษณะ มือปืนรับจ้าง วางแผนก่อเหตุอย่างเป็นระบบ ใช้รถยนต์หลายคันในการติดตามประกบยิง และหลบหนีข้ามพื้นที่หลายจังหวัด รวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ก่อนมีการทำลายหลักฐานและแยกย้ายกันหลบหนี
พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลสอบสวนถึงแรงจูงใจ ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นและปัญหาทางธุรกิจ

พี่เสือ นักข่าวจ.สงขลา

