อ่างทอง – หลังกองปราบรวบสัปเหร่อคนดังอีกด้านนายอำเภอนำรื้อพื้นที่แต่ญาติไม่ยอมเซ็นอนุญาตเลยต้องถอยกลับ

อ่างทอง – หลังกองปราบรวบสัปเหร่อคนดังอีกด้านนายอำเภอนำรื้อพื้นที่แต่ญาติไม่ยอมเซ็นอนุญาตเลยต้องถอยกลับ

อ่างทอง หลังกองปราบรวบสัปเหร่อคนดังอีกด้านนายอำเภอนำรื้อพื้นที่แต่ญาติไม่ยอมเซ็นอนุญาตเลยต้องถอยกลับ เตรียมให้เจ้าอาวาสออกหนังสือเตือนอีกรอบก่อนจะเข้ารื้อถอนปิดตำนาน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรอผลตรวจดีเอ็นเอ

วันที่ 3 มี.ค. 69 จากกรณีหมอปลา ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่ามีสัปเหร่อชื่อดังรายหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง ที่โด่งดังทางด้านผ่าศพหญิงสาวตายท้องกลมในสื่อออนไลน์ เพื่อแยกเด็กและแม่ตามความเชื่อของโบราณ และได้นำเด็กไปฝังไว้บริเวณข้างศูนย์กู้ภัย จนตั้งเป็นสุสานและมีของเล่น ขนม และเครื่องเซ่นสังเวย ที่มีผู้นำมาถวายและบริจาค และจากการที่มีผู้เสียหายร้องเรียนถึงสัปเหร่อคนดัง ที่รับอาบน้ำมนต์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ภายในห้องดอกแก้ว และถูกกระทำอนาจารกับหญิงสาว จนหมอปลานำผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจากบิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จนกระทั่งมาออกรายการของพิธีกรชื่อดัง จนนำผู้เสียหายเดินทางมาขุดศพ และทำการแจ้งความเพิ่มอีกหลายคดี


ล่าสุดวานนี้ 2 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เข้ารวบตัว นาย สนม สัปเหร่อคนดัง ได้ที่บ้านหลังหนึ่งของลูกศิษย์ ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ โดยสัปเหร่อได้ยอมรับสารภาพว่าได้ทำการอนาจารเหยื่อจริง แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดหญิงสาวแต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน นาย อภิชาติ ศรีเหรา (ศรีเห-รา) นายอำเภอวิเศษชัยชาญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เดินทางมาที่วัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ เพื่อจะทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสุสานเด็ก เพื่อที่จะเคลียร์พื้นที่ปิดตำนาน และจะมีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลในเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้ แต่เจ้าของพื้นที่ไม่ยอมเซ็นหนังสืออนุญาตที่เจ้าหน้าที่เตรียมมา


โดย นาย อภิชาติ ศรีเหรา (ศรีเห-รา) นายอำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าของพื้นที่ว่าจะเข้าทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสุสานเด็ก ซึ่งทางเจ้าของพื้นที่แจ้งว่าไม่มีกำลังคนและงบประมาณในการรื้อถอน และทางตัวแทนเจ้าของพื้นที่ได้อนุญาตเพียงปากเปล่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กลัวว่าอาจจะเกิดปัญหาในภายหลัง ก่อนการรื้อถอนจึงได้ทำหนังสือมาให้ตัวแทนหรือเจ้าของพื้นที่เซ็นยินยอม แต่เจ้าของพื้นที่ไม่ยอมเซ็น โดยทางอำเภอได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าทางเจ้าอาวาสจะเป็นผู้ออกงบประมาณ และใช้กำลังของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยดำเนินการรื้อถอน เมื่อเจ้าของพื้นที่ไม่ยอมเซ็นยินยอมก็ไม่สามารถรื้อถอนได้ จึงต้องถอนกำลังกลับ โดยตนเองได้ประสานกับทางเจ้าอาวาส เตรียมออกหนังสือแจ้งเตือนอีกหนึ่งฉบับ หากยังไม่รื้อถอนทางวัดและทางอำเภอก็จะทำการเข้ารื้อถอนอย่างเร็วที่สุดต่อไป


ในส่วนทางด้านความคืบหน้าคดีที่ได้ทำการแจ้งความไว้ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ร.ต.อ.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี กล่าวว่า คดีดังกล่าวเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดอ่างทอง ได้เดินทางไปทำการเก็บหลักฐานวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว และหลักฐานการตรวจ ดีเอ็นเอ จากทางญาติของเด็กที่ถูกนำไปฝัง ได้ส่งไปตรวจวิเคราะห์ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งผลการวิเคราะห์ยังไม่ส่งกลับมา หากผลการตรวจวิเคราะห์พิสูจน์หลักฐานส่งกลับมาเมื่อไหร่ ทางพนักงานสอบสวนจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อทำการออกหมายจับสัปเหร่อสนม และดำเนินคดีในข้อหาต่าง ๆ ตามขั้นตอนของทางกฎหมายต่อไป

หมายเหตุ ภาพจากนายอำเภอวิเศษชัยชาญ