เจ้าของรถยนต์ร้องสื่อโดนลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย

เจ้าของรถยนต์ร้องสื่อโดนลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย

เจ้าของรถยนต์ร้องสื่อโดนลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย
วันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากเจ้าของรถยนต์ซึ่งได้ทำธุรกิจรถเช่า โดยมีผู้เช่าคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาว ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. ในจังหวัดสงขลา ซึ่งหลังจากเช่ารถยนต์ก็ไม่มีการติดต่อเข้ามาในส่วนเรื่องของการจ่ายค่าเช่ารถยนต์จากนั้นได้มีการตรวจสอบ GPS และพบว่าได้นำไปจอดในค่ายตำรวจตระเวนชายแดน ก่อน พบว่ารถยนต์ที่เช่านั้นได้รับความเสียหายจากการถูกชนจากนั้นได้มีการติดต่อผู้เช่ารายดังกล่าวแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้มีการร้องทุกข์สื่อ เพื่อขอความเป็นธรรมเนื่องจากเป็นลูกสาวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม
ล่าสุดได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 19/116 หมู่ 1 ซอยกาญจนวานิช 57 ถนนกาญจนวณิชย์ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ นางสาวกิตติยา ปานยัง อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ยาริส เอทีฟ สีดำ ทะเบียน 4ขผ-4228 กรุงเทพมหานคร โดยลูกสาวของตำรวจ ตชด. เป็นคนเช่าไป ก่อนจะมอบหลักฐานรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกชน และคลิปวิดีโอหลังพบรถยนต์จอดอยู่ในค่าย ตชด. และภาพแชทข้อความที่มีการอ้างว่าพ่อเป็นตำรวจ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม นางสาวกิตติยา ปานยัง อายุ 32 ปี ได้เล่าว่า ปกติน้องคนนี้ เค้าจะเช่ารถเป็นประจำอยู่แล้วกับทางตน รอบนี้มาเช่าประมาณครั้งที่ 3 รอบแรกรอบสองไม่เคยมีปัญหาพอมาครั้งนี้เค้าเริ่มเช่ารถตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ เบื้องต้นบอกว่าขอเช่ารถ 2 วัน หลังจากเสร็จ 2 วัน น้องเค้าทักมา ว่า พี่มิ้นน้องขอเช่ารถต่อนะและก็ต่อมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งล่าสุดเริ่มมีปัญหาเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วเพราะว่าน้องเค้าไม่โอนค่าเช่าและก็พลัด การจ่ายเงินไปเรื่อย ๆ จนทางตนบอกว่า ‘ให้เอารถมาคืน ถ้าน้องไม่จ่ายค่าเช่าก็ต้องเอารถมาคืน’ แล้วน้องเค้าบอกว่า ‘ แป๊บนึงนะคะรอเงินแป๊บนึง’ จนกระทั่งหายไปเลย และเข้าติดต่อมาน้องก็บอกว่าเรื่องนี้แม่ได้ทราบเรื่องแล้วเราจะนำรถมาคืน แล้วก็มาจ่ายที่เหลือจนมาถึงวันที่ 7 มีนาคม ก็ไม่มีการติดต่อแล้วแล้วก็หายไปเลยพร้อมกับรถยนต์


จากนั้นตนจึงได้ เช็ค GPS ก่อนจะมีการตามหารถพบว่ารถไปจอดอยู่ในค่าย ตชด.สงขลา ซึ่งจอดอยู่ประมาณ 4-5 วันแล้ว ซึ่งสภาพรถยนต์ครั้งแรกที่ตนไปเจอตกใจมากซึ่งตรวจสอบในรถขยะเต็มในรถขวดน้ำทิชชูผ้ารอยอ้วกก็หมกไว้ในนั้น ส่วนสภาพรถได้รับความเสียหาย พังยุบจเห็นเหล็กข้างใน ซึ่งรถยนต์คันนี้เพิ่งจะทำใหม่มาซึ่งมันไม่มีแผลหรือร่องรอยการชนแต่อย่างใดซึ่งตนเห็นสภาพแล้วใจหายมาก ซึ่งน้องเค้าเช่าไปไม่ได้แจ้งให้ตนทราบเลยว่ารถเกิดอุบัติเหตุ เหมือนเค้าจงใจปกปิดเหมือนตนต้องมาเห็นเองเราเป็นเจ้าของรถคนแจ้งสักนิดว่า ’พี่นะว่าน้องไปชนมา‘ มันก็จะไม่มีปัญหาแต่นี่เค้าหายไปเลย ต่อมามีการนัดจ่ายค่าเสียหาย ด้วยความที่เชื่อว่าทางแม่เค้ารับทราบเรื่องผู้ใหญ่คงไม่โกหก ชื่อน้องเค้าบอกว่าแม่รับรู้แล้วแต่ปรากฏว่าหาย
หลังจากกลับจากค่าย ตชด. ซึ่งทางในค่ายได้แจ้งว่าให้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสงขลาไว้ก่อนเผื่อเค้าตามให้ พอไปถึงโรงพักและก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ายังไม่เข้าข่ายยักยอกทรัพย์ แต่เค้าบอกว่าไม่รับแจ้งความให้ลงแค่บันทึกประจำวันไว้ให้ ตนจึงได้ถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ‘ต้องให้ตนเป็นคนไปตามคู่กรณีมาเองใช่ไหม’ เค้าตอบว่า ‘ใช่ครับ เราไม่สามารถไปทำอะไรเขาได้เราแค่ถามตัวเค้าให้มารับผิดชอบ แบบนี้อะได้’ สาเหตุที่ตนได้เข้าร้องทุกสื่อตนอยากให้ช่วยเหลือในเรื่องติดตามคู่กรณีมาชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ ซึ่งตนดูแล้วว่ารถยนต์น่าจะมีการซ่อมนานและทำให้ตนเสียรายได้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของตนที่ต้องไปนั่งซ่อมรถโดยที่ว่าตนเป็นคนทำ จึงอยากขอฝากพี่ๆสื่อ ช่วยเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องความเป็นธรรมไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจหรือลูกใครถ้ากระทำผิดก็ต้องมารับผิดชอบ
คลิปที่ 1 คลิปเหตุการณ์ที่นางสาวกิตติยา เจ้าของรถยนต์ได้เจอรถยนต์ของตนเองภายในค่ายตำรวจตระเวนชายแดนในจังหวัดสงขลาซึ่งจอดอยู่ในสภาพถูกชนพังเสียหาย
คลิปที่ 2 เป็นคลิปเหตุการณ์ที่นางสาวกิตติยา เจ้าของรถยนต์ได้ไปหาคู่กรณีที่บ้านพักในอำเภอสิงหนคร เพื่อให้คู่กรณีรับผิดชอบค่าเช่ารถยนต์และค่าเสียหายรถยนต์ แต่ปรากฏว่าได้เจอพ่อของคู่กรณีและทางนางสาวกิตติยาได้พยายามอธิบายให้พ่อของคู่กรณีให้ฟัง แต่พ่อคู่กรณีบอกว่า ’ให้ไปตามหาที่อื่นหรือจะไปแจ้งความที่ไหนก็ได้อย่ามายุ่งกับเค้า เค้าจะดู ข่าว อย่ามาทำให้บรรยากาศเสียในการดูข่าว‘


พี่เสือ นักข่าว สงขลา