พุทธศาสนิกชนหาดใหญ่หลั่งไหลร่วมทำบุญตักบาตรพระ 1,109 รูป เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปีเมือง เสริมสิริมงคลแก่บ้านเมือง พร้อมฟื้นฟูขวัญกำลังใจประชาชนหลังมหาอุทกภัย
พุทธศาสนิกชนหาดใหญ่หลั่งไหลร่วมทำบุญตักบาตรพระ 1,109 รูป เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปีเมือง เสริมสิริมงคลแก่บ้านเมือง พร้อมฟื้นฟูขวัญกำลังใจประชาชนหลังมหาอุทกภัย
. เช้ามืดวันนี้ (15 มีนาคม 2569) ที่บริเวณซุ้มประตูไชน่าทาวน์ ถนนศุภสารรังสรรค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พุทธศาสนิกชนจำนวนมากพร้อมใจกันร่วมพิธีทำบุญเมืองหาดใหญ่และตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 1,109 รูป เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปี เมืองหาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “109 ปี เมืองหาดใหญ่ รวมใจเติมบุญ หนุนพลัง Soft Power เยียวยามหาอุทกภัย” เพื่อเสริมสิริมงคลแก่บ้านเมือง และสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนหลังผ่านเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่

. โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะที่ พระเทพวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสงขลา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนจากพื้นที่หาดใหญ่และใกล้เคียงเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
. เมื่อเข้าสู่พิธีการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย เพื่อแสดงความอาลัยและระลึกถึงผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมร่วมกับส่วนราชการ คณะเจ้าภาพ และตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต ประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 40 ไตร เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิต ก่อนร่วมพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 109 ปีที่ผ่านมา เมืองหาดใหญ่เป็นเมืองที่มีศักยภาพและพลังของประชาชน แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ภาพของประชาชนที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังศรัทธาและความเข้มแข็งของชุมชน พร้อมย้ำว่า “หาดใหญ่ไม่มีวันตาย” และยังคงเป็นเมืองแห่งบุญบารมีที่สำคัญของภาคใต้ โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการหลอมรวมมิติด้านศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เมืองหาดใหญ่
. พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำการใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็น Soft Power ถ่ายทอดอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่สู่สายตานานาชาติ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวชื่นชมคณะสงฆ์และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยเชื่อมั่นว่าพลังแห่งบุญกุศลจากประชาชนจะช่วยเสริมสิริมงคลและคุ้มครองเมืองหาดใหญ่ให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป
. ด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า อำเภอหาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ และมีบทบาทต่อการพัฒนาภูมิภาคมาอย่างยาวนาน แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเมืองหาดใหญ่ต้องเผชิญกับสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ แต่ด้วยพลังความร่วมมือและความสามัคคีของประชาชนในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งสำคัญมาได้
. โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบข้าวสารอาหารแห้งแด่คณะสงฆ์จากวัดต่าง ๆ จำนวน 323 วัด ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พระครูวิจิตรศีลาจาร เจ้าคณะจังหวัดสงขลา–สตูล (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดห้วยพุด ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา กล่าวสัมโมทนียกถา พระสงฆ์ร่วมอนุโมทนา ก่อนประกอบพิธีกรวดน้ำรับพร
. จากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวหาดใหญ่และประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกันถวายสังฆทาน ข้าวสาร และอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 1,109 รูป จากวัดต่าง ๆ 323 วัด ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของประชาชนที่มาร่วมทำบุญอย่างเนืองแน่น
. ทั้งนี้ การจัดพิธีทำบุญเมืองในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของชาวหาดใหญ่และประชาชนในจังหวัดสงขลา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง หลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา เพื่อให้เมืองกลับมามีความเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

