สิบล้อบรรทุกสารเคมีเปลี่ยนเลนกะทันหัน เบียด จยย.ล้มทับร่างสาวใหญ่วัย 54 ดับคาที่ ย่านทุ่งครุ

สิบล้อบรรทุกสารเคมีเปลี่ยนเลนกะทันหัน เบียด จยย.ล้มทับร่างสาวใหญ่วัย 54 ดับคาที่ ย่านทุ่งครุ

สิบล้อบรรทุกสารเคมีเปลี่ยนเลนกะทันหัน เบียด จยย.ล้มทับร่างสาวใหญ่วัย 54 ดับคาที่ ย่านทุ่งครุ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 08.50 น.

ร้อยตำรวจเอก วิศรุจ ทาทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุรถบรรทุกสิบล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณฝั่งตรงข้ามปากซอยประชาอุทิศ 98 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พันตำรวจเอก จุมพล สินศิริพงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ พร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบนช่องทางการจราจรเลนซ้ายสุด พบศพหญิง 1 ราย อายุ 54 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง ทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าผ้าใบสีดำ ข้างลำตัวพบหมวกกันน็อกสีดำ และกระเป๋าถือสีฟ้าตกอยู่ใกล้กัน จากการตรวจสอบสภาพศพพบว่า ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป กระดูกหักหลายแห่งทั่วร่างกาย และมีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้อง คาดว่าเกิดจากการถูกรถบรรทุกทับอย่างรุนแรง

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีส้ม ทะเบียน 2 กส 8078 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่บนพื้นถนน ล้อหลังเกยอยู่บนฟุตบาท ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิต ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกสารเคมี (สารกัดกร่อน) ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 73-4493 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ขับขี่เป็นชาย อายุ 65 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถามผู้ขับขี่รถบรรทุกให้การว่า ขณะขับรถมาในช่องทางขวาสุดตามหลังรถเก๋ง ซึ่งกำลังจะเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน จึงพยายามหักหลบโดยเบี่ยงรถออกทางซ้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถจักรยานยนต์วิ่งมาในเลนซ้าย ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนจนรถจักรยานยนต์ล้ม และรถบรรทุกทับร่างผู้ขับขี่ดังกล่าว โดยตนได้รีบจอดรถทันที และทราบภายหลังว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งไปส่งสินค้าในซอยประชาอุทิศ 90 และกำลังจะเดินทางกลับบริษัทที่ย่านบางเสาธง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวมีการเปลี่ยนช่องทางการจราจรอย่างกระทันหัน เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนล้ม ก่อนที่ผู้ขับขี่จะถูกรถบรรทุกเหยียบทับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่รถบรรทุกในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ก่อนเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ทุ่งครุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนประสานญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป