คุมตัวน้องชายสอบเข้ม ก่อนรับสารภาพ หลังทำร้ายพี่ชายดับคาห้องพักคนงาน

คุมตัวน้องชายสอบเข้ม ก่อนรับสารภาพ หลังทำร้ายพี่ชายดับคาห้องพักคนงาน

คุมตัวน้องชายสอบเข้ม ก่อนรับสารภาพ หลังทำร้ายพี่ชายดับคาห้องพักคนงาน

ตำรวจคุมตัวน้องชายสอบปากคำอย่างเข้ม หลังพบศพพี่ชายถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้องพักคนงานย่านแพรกษาใหม่ ก่อนพบเสื้อเปื้อนเลือดถูกนำไปทิ้งในถังขยะ ล่าสุดผู้ต้องสงสัยเปิดปากรับสารภาพ ใช้ไม้หน้าสามทำร้ายพี่ชายขณะหลับ ก่อนบีบคอจนเสียชีวิต กลัวความผิดตัดเล็บ นำเสื้อเปื้อนเลือดทิ้งถังขยะ
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบศพชายคาดว่าถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายในห้องพักของร้านทำกระจกและอลูมิเนียม ภายในซอยขจรวิทย์ หมู่ที่ 1 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานสายตรวจและฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุ เป็น ห้องพักคนงานภายในร้านรับทำกระจกและอลูมิเนียมดังกล่าว พบศพ นายกฤษดา บริบูรณ์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนครพนม นอนตะแคงเสียชีวิตบนที่นอนภายในห้อง ใบหน้าปูดบวม ปากฉีกฟันหัก คล้ายกับถูกทำร้ายร่างกายมา โดยมีคราบเลือดติดตามร่างกายหลายแห่ง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่ประสานแพทย์เวรและพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ไปพบเสื้อเปื้อนเลือดของ นายศรายุทธ บริบูรณ์ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตาย ถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ นายศรายุทธ (น้องชายของผู้ตาย) เบื้องต้น ให้การอ้างว่า บาดแผลที่พบที่คนตายนั้นเกิดจากการมีเรื่องกันข้างนอกช่วงคืนวันที่ 26 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอกลับมาก็พาตัวพี่ชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางพลีแล้วและกลับมาพัก ครั้งสุดท้ายนั่งทานข้าวกันตอนสองทุ่มก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอนกระทั่งตื่นมาพบว่าพี่ชายนอนตัวแข็ง ส่วนเสื้อตนเองที่พบในถังขยะเกิดจากตนเองถอดเสื้อเอาเช็ดเลือดที่คิ้วก่อนหน้านี้ แล้วก็ไม่ทราบว่าใครเอาไปทิ้งถังขยะ


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ นายศรายุทธ เนื่องจากให้การวกวนไปมา และมีพิรุธหลายประเด็น จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพัก พร้อมทั้งประสานทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งรัดในเรื่องของผลชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อประกอบสำนวนทางคดีดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
จากการสอบถาม นายเกรียงศักดิ์ บริบูรณ์ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านและเป็นลุงของผู้ตาย บอกว่า ผู้ตายและน้องชายทำงานที่ร้านและพักอาศัยอยู่ด้วยกัน กระทั่งช่วงหกโมงเย็นที่ผ่านมา ตัวน้องชายของผู้ตายโทรศัพท์ไปบอกตนให้มาดูพี่ชายว่าทำไมนอนตัวแข็ง ตนจึงเดินทางมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายและน้องชายพากันดื่มกินสังสรรค์ส่งท้ายปี เมื่อช่วงวันเสาร์ต่อเนื่องจนถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยพากันกินต่อเนื่อง กระทั่งผู้ตายไปมีเรื่องกับคนนอกน้องชายเห็นพี่มีเรื่องจึงรีบเข้าไปช่วยและมีการชกต่อยกัน ส่วนผู้ตายไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งตนเองอยู่ในเหตุการณ์ของคืนวันนั้นพอดี ซึ่งหลังจากเคลียร์กันจบก็พากันแยกย้ายกันกลับที่พัก
กระทั่งเมื่อวานมีลูกน้องเก่ามาที่ร้านเพื่อเอาเสื่อมาคืนแล้วโทรบอกตนเองว่าเห็นผู้ตายบาดเจ็บปากเจ่อ ซึ่งตนเองก็ยังยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้ถูกทำร้ายในคืนนั้นแต่อย่างใด แต่เป็นฝ่ายน้องชายที่ถูกต่อยในคืนนั้น ตอนแรกเข้าใจว่าลูกน้องเก่ามองคนผิดเพราะทั้งคนตายและน้องชายเป็นพี่น้องกันแท้ๆ ตนเองจึงไม่ได้เอะใจอะไร หากทราบว่าผู้ตายบาดเจ็บหนักคงรีบมาดูและพาไปหาหมอแล้ว และ ตัวน้องชายกับผู้ตายนั้นก่อนหน้านี้เคยมีปากเสียงกันบ้างแต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือแต่อย่างใด ฝ่ายน้องชายจะเป็นคนอารมณ์ร้อนโดยเฉพาะเวลาเมา
กระทั่งล่าสุด นายศรายุทธ บริบูรณ์ อายุ 27 ปี น้องชายแท้ๆที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้ยอมเปิดปากรับสารภาพแล้วว่าลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายพี่ชายตนเองจริง หลังจากที่ถูกทางด้าน พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้เข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง จนเจ้าตัวรับสารภาพ และคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. นายกฤษดา (ผู้ตาย) ได้นั่งดื่มเหล้ากับ นายศรายุทธ (ผู้ก่อเหตุ) ซึ่งเป็นน้องชาย และเกิดมีปากเสียงกัน และแยกย้ายกันไปนอน ต่อมา นายศรายุทธ เจ็บแค้นจึงเข้าไปหา นายกฤษดา ที่นอนหลับอยู่ ใช้ไม้หน้าสามตีไป ไปที่ใบหน้า และบีบคอซ้ำ ก่อนจะกลับมานอน ต่อมา ตื่นเวลาประมาณ 17.00 น. กลัวความผิด จึงตัดเล็บตัวเอง และนำเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดไปซัก และแจ้งให้ญาติทราบว่าพี่ชายตาย โดยไม่รู้ว่าผู้ใดก่อเหตุ ก่อนจะถูกตำรวจเชิญตัวไปสอบปากคำจนยอมรับสารภาพ ส่วนอาวุธที่ใช้เป็นไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ใบหน้าของพี่ชายจนกระทั่งบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว


พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าที่เกิดเหตุพักอาศัยด้วยกันเพียงสองคนคือพี่ชายและน้องชาย ซึ่งจากการสอบปากคำในตอนแรกยังไม่รับสารภาพ จากนั้นยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยช่วงสองทุ่มของคืนวันที่ 29 ทั้งสองได้ดื่มเหล้าด้วยกันจนเมาแล้วเกิดมีปากเสียงกัน จนกระทั่งพี่ชายเข้านอนฝ่ายน้องชายจึงใช้ไม้หน้าสามตีเข้าที่ใบหน้าจนปรากฏบาดแผลที่ปากของผู้ตาย หลังจากที่ตีใบหน้าของพี่ชายเสร็จยังบีบคอต่อจนสิ้นใจ หลังจากนั้นก็กลับเข้าไปนอนตามปกติ กระทั่งตื่นมาช่วงเย็นจนสติกลับคืนมาและพบว่าพี่ชายนอนเสียชีวิตแล้ว จึงโทรแจ้งลุงให้มาดูจนแจ้งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เบื้องต้นเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา


*************************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ