ศอ.บต. จับมือ กรมราชทัณฑ์ เปิดเรือนจำนราฯ ให้ครอบครัวกอดกันกลม รับฮารีรายอ เสริมพลังกลุ่มเปราะบาง สร้างสันติสุขชายแดนใต้
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
ศอ.บต. จับมือ กรมราชทัณฑ์ เปิดเรือนจำนราฯ ให้ครอบครัวกอดกันกลม รับฮารีรายอ เสริมพลังกลุ่มเปราะบาง สร้างสันติสุขชายแดนใต้
ศอ.บต. ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิดผู้ต้องขังคดีความมั่นคง ต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ มุ่งเยียวยาจิตใจครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ขาดเสาหลัก เดินหน้ากระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนความหวาดระแวงเป็นพลังร่วมพัฒนาชาติ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเยี่ยมผู้ต้องราชทัณฑ์คดีความมั่นคงในช่วงเทศกาลฮารีรายอ ภายใต้โครงการเสริมสร้างกำลังใจแก่ครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ โดยมีนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยข้าราชการ และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบกว่า 235 คน เข้าร่วมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความปิติ

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานถึง 22 ปี (ตั้งแต่ปี 2547) ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องขาดเสาหลักจากการถูกคุมขัง บุตรและภรรยาต้องเผชิญความลำบากทั้งด้านเศรษฐกิจและสภาพจิตใจ รวมถึงความหวาดระแวงต่อภาครัฐ ศอ.บต. เล็งเห็นว่ากลุ่มนี้เป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่ไม่มีกฎหมายรองรับการเยียวยาโดยตรง จึงจำเป็นต้องใช้แนวทาง “กระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน” เพื่อดึงพวกเขากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติสุข
นายนิพนธ์ ชายใหญ่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 ศอ.บต. และกรมราชทัณฑ์ ได้ขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ประกอบด้วย
1. ระยะสร้างความไว้วางใจ เช่น การนำครอบครัวจากพื้นที่ห่างไกลไปเยี่ยมญาติที่เรือนจำกลางบางขวาง
2. ระยะสร้างความเชื่อมั่นในการย้ายผู้ต้องราชทัณฑ์กลับมาคุมขังยังภูมิลำเนา (ดำเนินการแล้ว 37 ราย) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของญาติ
3. ระยะร่วมกันพัฒนาโดยการส่งเสริมอาชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 200 คน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้
“วันนี้เราอยากให้ท่านได้พบหน้าลูก สามี หรือพ่ออันเป็นที่รัก เพื่อเติมเต็มกำลังใจที่ขาดหายไป ศอ.บต. และกระทรวงยุติธรรม พร้อมรับฟังปัญหาและต้องการเปลี่ยนความรู้สึกหวาดระแวงให้กลายเป็นความร่วมมือ เพื่อให้พวกท่านเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองเราให้สันติสุขอย่างยั่งยืน” นายนิพนธ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฯ ที่มาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและวิทยากร สะท้อนถึงพลังของภาคประชาชนที่พร้อมเดินหน้าไปกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบอย่างยั่งยืน


