จากคำดูถูกสู่เสาเอกต้นแรก! 10 ปีแห่งการรอคอย “บ้านมั่นคงปูลากาป๊ะ” เพชรเม็ดงามดวงใหม่แห่งนราธิวาส
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
จากคำดูถูกสู่เสาเอกต้นแรก! 10 ปีแห่งการรอคอย “บ้านมั่นคงปูลากาป๊ะ” เพชรเม็ดงามดวงใหม่แห่งนราธิวาส
“ถ้าเช่าบ้าน 10 ปี บ้านก็ยังเป็นของเขา แต่ถ้าเราสู้กับ พอช. วันหนึ่งมันจะเป็นของเรา” จากหยาดน้ำตาและความสิ้นหวังตลอด 10 ปีเต็มที่ถูกปรามาสว่าเป็นเพียง “โครงการขายฝัน” วันนี้ชาวบ้านปูลากาป๊ะ จ.นราธิวาส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังแห่งความศรัทธาและการรวมกลุ่มสามารถเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นวิมานชายฝั่งได้สำเร็จ กับพิธีลงเสาเอกบ้านมั่นคงหลังแรก ที่ไม่ใช่แค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการวางรากฐานชีวิตใหม่ที่ยั่งยืนบนที่ดินของตัวเอง

ย้อนกลับไปในปี 2559 จุดเริ่มต้นของโครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปูลากาป๊ะ จำกัด เริ่มต้นด้วยความหวังของสมาชิกกว่า 87 ครัวเรือนที่เดือดร้อนจากการถูกไล่รื้อและสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด แต่เส้นทางกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัญหาการขาดความรู้ด้านการจัดการบัญชีประกอบกับความล่าช้า ทำให้สมาชิกค่อยๆ ถอนตัวออกไปจนเหลือเพียง 17 คนที่ยังกัดฟันสู้ ท่ามกลางเสียงดูถูกจากคนรอบข้างว่า “ไม่มีวันเป็นจริง”

นางสาวปาตีเมาะ มะสาและ ประธานสหกรณ์ฯ เปิดใจด้วยน้ำตาแห่งความดีใจว่า “เรายอมรับว่าเคยท้อจนคิดจะยุบสหกรณ์ แต่เพราะคำว่า ‘บ้าน’ และการสนับสนุนจาก พอช. ที่เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้และประคองพวกเราในวันที่มืดแปดด้าน วันนี้คนที่เคยออกไปเริ่มเดินกลับมาถามว่า “ขอเข้าใหม่ได้ไหม” ซึ่งเราเปิดรับเสมอ เพราะที่นี่สร้างขึ้นเพื่อผู้เดือดร้อนทุกคน”
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 มีนาคม 2569 ณ สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปูลากาป๊ะต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ มีการประกอบพิธีทางศาสนา “ละหมาดฮายัติ” นำโดย นายอัสอารี ลาเตะ (บาบอซู ปูลากาป๊ะ) เพื่อขอพรให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีลงเสาเอกบ้านตัวอย่างลำดับที่ 1 และ 2 ท่ามกลางรอยน้ำตาแห่งความดีใจของสมาชิกที่รอคอยวันนี้มานานกว่า 10 ปี

โดยมีนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เดินทางมาเป็นประธานในพิธีท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตาแห่งความดีใจของชาวบ้าน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช.เปิดเผยว่าเป้าหมายของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การมีหลังคาคุ้มหัว แต่คือการปั้นให้ปูลากาป๊ะเป็น “เพชรของสามจังหวัดชายแดนใต้” เนื่องจากชัยภูมิที่ตั้งมีความโดดเด่น ด้านหน้าติดถนน ด้านหลังติดแม่น้ำ มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นพื้นที่สันทนาการและแหล่งท่องเที่ยว ยกระดับประมงพื้นบ้าน: แปรรูปปลาในพื้นที่สู่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม เช่น “แฮมเบอร์เกอร์ปลา”
เชื่อมโยงตลาดสากลต่อยอดงานฝีมือและการปั้นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เชื่อมต่อกับช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น (เช่น แบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้า)
ความมั่นคงแบบองค์รวม โดยพอช. เตรียมส่งทีมเศรษฐกิจเข้ามาดูแลเรื่องรายได้ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและสงครามในปัจจุบัน

โดยโครงการนี้ใช้สินเชื่อจาก พอช. ในการซื้อที่ดินและอำนวยสินเชื่อก่อสร้างบ้านตัวอย่าง 2 หลังในเฟสแรก ก่อนจะขยายผลให้ครบทั้ง 17 หลัง ซึ่งถือเป็นโมเดลการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

“ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ชุมชนที่เข้มแข็งคือคำตอบ โครงการนี้จะพิสูจน์ว่าเมื่อชาวบ้านรวมตัวกัน เราจะสามารถจัดการได้ทั้งเรื่องอาหาร พลังงาน สุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิต” ผอ.พอช. กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับการลงเสาเอกในครั้งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดยุคแห่งการรอคอย และเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมใหม่ที่เข้มแข็ง โครงการบ้านมั่นคงปูลากาป๊ะจะเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่พื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้ว่า หากชาวบ้านรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นและได้รับโอกาสที่ถูกจุด คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม


