วงสุราเดือดอดีตดับเพลิงบางปูคว้ามีดจ้วงแทงช่างไฟฟ้ากรมอุตุจนบาดเจ็บสาหัส
วงสุราเดือดอดีตดับเพลิงบางปูคว้ามีดจ้วงแทงช่างไฟฟ้ากรมอุตุจนบาดเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 27 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในวงเหล้าถึงขั้นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกันครั้งนี้ เกิดขึ้นหน้าร้านของชำภายใน ซอยหมู่บ้านภัทรนิเวศน์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เปาโล และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ผู้บาด คือ นายบัญญัติ แจ่มฤทัย อายุประมาณ 55 ปี ตำแหน่งช่างไฟฟ้าของกรมอุตุฯ มีบาดแผลที่ไหลปลาร้าข้างข้างซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสหมดสตินอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าร้านค้าของชำตนเอง โดยมีทางด้านครอบครัวพากันร้องไห้โฮ ด้วยความตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กู้ชีพโรงพยาบาลเปาโล จึงเข้าปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือพาตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ
ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายประสิทธิ์ การสมมิตร อดีตพนักงานดับเพลิงเทศบาลบางปู ซึ่งเจ้าตัวยังสวมใส่ชุดดับเพลิงคาอยู่ และถูกบรรดาญาติญาติพี่น้องของ นายบัญญัติ ช่วยกันรุมสะกรัม และใช้ มีด พร้อมทั้งขวดเบียร์ฟาดที่หัว ของ นายประสิทธิ์ จนบาดเจ็บ หลังจากที่พยามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และกู้ภัยจึงช่วยกันปฐมพยาบาลให้ กับ นายประสิทธิ์ ซึ่งพบบาดแผลจากการถูกมีดแทงเข้าที่ชายโครงฝั่งซ้ายและบาดแผลจากการถูกขวดเบียร์ฟาดที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา พร้อมทั้งสั่งอายัดตัว ไว้สอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไปพบของกลางเป็น มีดพับปลายแหลม เปื้อนเลือดตกอยู่ที่พื้น 1 เล่ม ตำรวจจึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
จากภาพวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ เวลา 21.10 น.จะเห็น ชายเสื้อน้ำเงิน กับ ชายเสื้อชมพู ลักษณะคล้ายการห้ามปรามกัน ส่วนจุดเกิดเหตุอยู่พ้นรัศมีกล้องวงจรปิด ก่อนที่ เวลา 21.11.38 น.ผู้ก่อเหตุจะรีบมาขึ้นรถมอไซค์ ก่อนจะเกิดการชุลมุนกันขึ้น โดยผู้ก่อเหตุพยามขี่รถมอไซค์แต่ก็ชาวบ้านดึกไว้จนรถล้ม สักพักจะเห็นคนเจ็บเดินมานั่งหน้าร้านก่อนจะค่อยล้มลงนอนกับพื้น

นายรักชาติ มังกรแก้ว อายุ 53 ปี ( เสื้อน้ำเงินคอปก ) ผู้อยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนเข้าไปช่วยระงับเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ตนนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อน (คนเจ็บ) ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็มีคู่กรณี 2 คนนั่งดื่มและเกิดมีปากเสียงด่าทอกันไปมาอย่างรุนแรง โดยคนหนึ่งในนั้นตนก็รู้จักดี ส่วนอีกคนเพิ่งจะเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรกในวันเกิดเหตุในระหว่างที่คู่กรณีกำลังด่าทอกันอยู่นั้น ชายคนที่ถูกแทงซึ่งนั่งอยู่อีกเดียวกันกับตน เกิดความรำคาญ จึงหันไปโวยวายใส่คู่กรณีที่กำลังทะเลาะกันว่า “คุยอะไรกันนักหนา” จนเกิดเป็นปากเสียงยืดเยื้อ แต่ทางฝั่งคนแทงกลับพูดสวนกลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคายและให้ (ควย) ก่อนเป็นคนแรก ทำให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นการตะลุมบอนชุลมุน
เผยอีกว่าตอนนั้นพวกเขาสอยกันนัวเลยตนเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งเข้าไปจับตัวคนแทงไว้เพื่อจะห้าม แต่จังหวะนั้นมันชุลมุนมาก อีกฝ่ายเขาก็ชักมีดสั้นออกมาแทงสวนกลับมา 3 รอบ จนตนเองก็พลอยโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วย คุณรักชาติกล่าว พร้อมระบุว่ามูลเหตุสำคัญในครั้งนี้เกิดจากความรำคาญใจจนบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทและมีการใช้อาวุธทำร้ายกันในที่สุด
นายประสิทธิ์ การสมมิตร ( ชุดดับเพลิง ) ผู้ก่อเหตุยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ถูกฝ่ายตรงเข้ามาหาเรื่องและเริ่มทำร้ายก่อน ตนจึงตัดสินใจตอบโต้เพื่อป้องกันตัว โดยยอมรับว่าอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นมีดของตนเองที่พกติดตัวมาในกระเป๋าอยู่แล้ว ส่วนจำนวนครั้งที่แทงนั้นเจ้าตัวระบุว่าจำไม่ได้แน่ชัด เพราะทำไปในช่วงชุลมุนเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ในย่านบางเมือง และเพิ่งจะมานั่งดื่มเหล้าที่นี่กับเพื่อนเป็นครั้งแรก ซึ่งยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีอาการมึนเมาจนขาดสติ และปฏิเสธว่าไม่ได้มีการด่าทอฝ่ายตรงข้ามก่อนตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตนยืนยันว่าเป็นเพียงการป้องกันตัวจากการถูกทำร้ายก่อนเท่านั้น

นายอภิเดช เพ็งธรรม อายุ 24 ปี ( เสื้อดำคอกลม ) ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเจ้าของร้าน (ผู้บาดเจ็บ) เล่าเหตุการณ์ว่า พ่อของตนคือเป็นเจ้าของร้านกำลังนั่งกินกันอยู่หน้าร้านตามปกติ โดยจุดที่พ่อนั่งกับจุดที่คู่กรณีนั่งนั้นอยู่คนละฝั่งและหันหลังชนกัน ซึ่งคู่กรณีมาด้วยกัน 2 คนกับเพื่อนที่สวมเสื้อสีชมพู และเป็นคนที่เพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก ไม่ใช่คนแถวนี้
ชนวนเหตุเริ่มขึ้นเมื่อคู่กรณีหันมาหาเรื่อง โดยถามพ่อว่า “มองควยอะไร” ซึ่งทางฝั่งพ่อก็ตอบโต้ไปว่ายังไม่ได้หาเรื่องอะไรเลย จนเกิดเป็นปากเสียงกัน จากนั้นเหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อคู่กรณีเป็นฝ่าย ชักมีดออกมาก่อน ทำให้ทางฝั่งตนและพ่อต้องตัดสินใจสู้เพื่อป้องกันตัว โดยมีการใช้ทั้งมีดและขวดเข้าปะทะกัน ตอนแรกอีกฝ่ายมีปากเสียงกัน แล้วเขาก็ชักมีดมาก่อน ตนก็เลยต้องสู้เพื่อป้องกันตัว คุณอภิเดชระบุ โดยยืนยันว่าฝั่งคู่กรณีเป็นคนก่อเหตุก่อน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้พ่อได้รับบาดเจ็บมีแผลเดียว
นางสาว กมลวรรณ นวลรัก อายุ 20 ปี ( ชุดนอน ) อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าก่อนเกิดเหตุคนก่อเหตุซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักได้มีปากเสียงทะเลาะกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง (พี่เสื้อชมพู) มาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ซึ่งตอนแรกดูเหมือนคนก่อเหตุกำลังจะลุกกลับไป แต่จังหวะที่หันหลังกลับไปนั้นกลับหันไปหาเรื่อง “พ่อ” (ผู้บาดเจ็บที่คุณกมลวรรณนับถือเป็นพ่อ) ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกันแบบหันหลังชนกัน ตนหันมาอีกทีตอนกำลังอุ้มลูกอยู่ ก็เห็นเขาแทงพ่อแล้ว เลยต้องรีบวิ่งหนีออกมา ยังให้ข้อมูลอีกว่าคนก่อเหตุรายนี้มีพฤติกรรมเมาแล้วหาเรื่องไปทั่ว โดยก่อนจะลงมือแทงไม่ได้มีปัญหากับพ่อมาก่อน แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะความไม่พอใจหลังจากทะเลาะกับชายเสื้อชมพูเสร็จ แล้วจึงหันมาหาพ่อแทน

**************************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

