สภาเมืองพัทยา ไฟเขียว 20 ล้าน ปิดจ๊อบสนามกีฬา ตั้งเป้าเสร็จ 21 ธ.ค.69 เปลี่ยนใช้เงินสะสมแทนโอนงบ

สภาเมืองพัทยา ไฟเขียว 20 ล้าน ปิดจ๊อบสนามกีฬา ตั้งเป้าเสร็จ 21 ธ.ค.69 เปลี่ยนใช้เงินสะสมแทนโอนงบ

สภาเมืองพัทยา ไฟเขียว 20 ล้าน ปิดจ๊อบสนามกีฬา ตั้งเป้าเสร็จ 21 ธ.ค.69 เปลี่ยนใช้เงินสะสมแทนโอนงบ
ที่ ห้องประชุมตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 โดยมีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา รองนายกเมืองพัทยา คณะผู้บริหารเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมีนายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ทำหน้าที่เลขานุการสภา
ในการประชุม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เสนอญัตติ ขออนุมัติใช้เงินสะสมเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงโครงหลังคาอาคารอัฒจันทร์


ประธาน สนามกีฬาภาคตะวันออก เมืองพัทยา ว่า ตามที่เมืองพัทยาได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสนามฟุตบอลสนาม กีฬาภาคตะวันออก เมืองพัทยา ระยะที่ 3 จังหวัดชลบุรี งบประมาณประจำปี พ.ศ.2561 ต่อมาปี พ.ศ.2564 เมืองพัทยาได้ยกเลิกสัญญาจ้าง เนื่องจากระยะเวลาการก่อสร้างได้สิ้นสุด แต่การก่อสร้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงทำให้เกิดปัญหาโครงเหล็ก Truss ที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของโครงสร้าง ได้แก่ รอยต่อระหว่างโครงถักและเสาคอนกรีต ทำให้ระดับในการมุงหลังคาตามคุณสมบัติหรือข้อจำกัด ของการติดตั้งหลังคาไม่สามารถดำเนินการได้
สำนักช่างฯ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงโครงหลังคาอาคารอัฒจันทร์ ประธาน สนามกีฬาภาคตะวันออก ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยใช้เงินสะสม เป็นเงิน 20,642,000 บาท (ยี่สิบล้านหกแสนสี่หมื่นสองพันบาทถ้วน)
สมาชิกสภา ต่างแสดงความยินดีต่อการอนุมัติงบประมาณครั้งนี้ เนื่องจากมีความคาดหวังว่าโครงการสนามกีฬาจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้โดยเร็ว หลังประสบปัญหาความล่าช้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผนและกรอบระยะเวลา
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าร่วมกับฝ่ายบริหารหลายครั้ง เพื่อเร่งรัดและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้การตั้งคำถามถึงแนวทางดำเนินงานหลังได้รับงบประมาณเพิ่มเติม ว่าฝ่ายบริหารจะมีแผนบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จได้ตามกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ โดยสมาชิกสภาตั้งข้อสังเกตว่า เดิมมีแนวคิดจะใช้วิธีโอนงบประมาณจากโครงการอื่นที่ยังไม่ได้ดำเนินการมาใช้ แต่ล่าสุดกลับเปลี่ยนมาใช้เงินสะสมของเมืองพัทยา จำนวน 20 ล้านบาทแทน ซึ่งข้อเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก่อให้เกิดคำถามในที่ประชุม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม สภาได้เคยอนุมัติงบประมาณสมทบให้โครงการนี้ไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท จึงตั้งข้อสงสัยถึงความจำเป็นของงบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน สมาชิกสภายังคงย้ำให้มีการชี้แจงรายละเอียดอย่างโปร่งใส และติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเป็นไปตามแผนและตอบโจทย์ประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง


นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยาชี้แจง ว่า สาเหตุของความล่าช้าเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะในปี 2565 ที่ประสบปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงาน ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก นอกจากนี้ ยังพบปัญหาโครงสร้างหลังคาอาคารกรีฑาในร่ม (ระยะที่ 1) ที่ไม่สมบูรณ์และไม่ได้มาตรฐาน จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถดำเนินงานในส่วนอื่นต่อไปได้ ซึ่งภายหลังการขอใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อแก้ไขโครงสร้างหลังคา ฝ่ายบริหารได้วางกรอบการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ได้แก่ระยะแรก ใช้เวลา 5 เดือน สำหรับการซ่อมแซมและแก้ไขโครงสร้างหลังคาให้ได้มาตรฐาน ระยะที่สอง ใช้เวลา 8 เดือน เพื่อดำเนินงานก่อสร้างในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จครบถ้วน รวมระยะเวลาดำเนินการประมาณ 13 เดือน พร้อมยืนยันว่า การใช้งบประมาณครั้งนี้ ถือเป็น “จุดสำคัญ” ในการปลดล็อกปัญหาโครงสร้างที่คั่งค้างมานาน และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้โครงการสนามกีฬาแล้วเสร็จภายในวาระการดำรงตำแหน่ง
, ด้าน นางน้ำผึ้ง ชาลีชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณว่า เดิมมีแผนนำงบเหลือจ่ายจากโครงการปี 2568 (ที่ยกเลิก) กว่า 20 ล้านบาท มาใช้ แต่เมื่อตรวจสอบกับสำนักงบประมาณ พบว่างานซ่อมแซมหลังคาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสนามกีฬา ระยะที่ 3 ซึ่งอยู่ในกรอบ “งบผูกพัน 3 ปี” ที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ตามระเบียบ หากมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหรือเพิ่มวงเงินในโครงการงบผูกพัน จะต้องเสนอขออนุมัติใหม่ก่อน จึงไม่สามารถโอนงบจากโครงการอื่นมาใช้ได้ทันที แต่ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ประกอบกับความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อไม่ให้โครงการหยุดชะงัก ฝ่ายบริหารจึงตัดสินใจเสนอใช้ “เงินสะสม” จำนวน 20 ล้านบาทแทน เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันที
ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาได้อนุมัติเห็นชอบใช้เงินสะสมเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงโครงหลังคาอาคารอัฒจันทร์ ประธาน สนามกีฬาภาคตะวันออก เมืองพัทยา วงเงิน 20,642,000 บาท (ยี่สิบล้านหกแสนสี่หมื่นสองพันบาทถ้วน)

ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก