อ่างทอง – ชาวนาเปลี่ยนพื้นนาหันปลูกผักเมื่ออาชีพทำมาในปัจจุบันไม่ค่อยตอบโจทย์กับรายได้มากนัก ชาวนาพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ทดลองแบ่งพื้นที่ 6 ไร่ จากที่เคยทำนา 36 ไร่ ลองเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาปลูกผักชีและถั่วแระ

อ่างทอง – ชาวนาเปลี่ยนพื้นนาหันปลูกผักเมื่ออาชีพทำมาในปัจจุบันไม่ค่อยตอบโจทย์กับรายได้มากนัก ชาวนาพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ทดลองแบ่งพื้นที่ 6 ไร่ จากที่เคยทำนา 36 ไร่ ลองเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาปลูกผักชีและถั่วแระ

อ่างทอง ชาวนาเปลี่ยนพื้นนาหันปลูกผักเมื่ออาชีพทำมาในปัจจุบันไม่ค่อยตอบโจทย์กับรายได้มากนัก ชาวนาพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ทดลองแบ่งพื้นที่ 6 ไร่ จากที่เคยทำนา 36 ไร่ ลองเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาปลูกผักชีและถั่วแระ

วันที่ 28 เม.ย. 69 ที่บริเวณทุ่งนาในพื้นที่ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบกับเจ้าของแปลงนาที่มีแนวคิดปรับเปลี่ยนการทำนาหันมาปลูกผัก จากการสอบถาม นาย ประทิน สิงห์อุดร หรือ ลุงทิน วัย 62 ปี ชาวตำบลศาลาแดง เล่าให้ฟังว่า ตนเองทำนามานานกว่า 10 ปี รวม 36 ไร่ ระยะหลังหลังปัจจัยการผลิตค่อนข้างสูง ราคาขายข้าวไม่ค่อยดี จึงมีแนวคิดที่จะทดลองปลูกพืชหมุนเวียน กระทั่งปีนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันปรับสูง ลูกชายจึงแนะนำว่าควรจะปลูกพืชผักอย่างอื่น แทนการปลูกข้าวจะดีกว่า ตนเองจึงปรึกษาเพื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และได้รับคำแนะนำว่าให้ปลูกผักชี เพราะไม่ต้องลงทุนตลอดทั้งปี เพียงแค่ลงทุนครั้งแรกเท่านั้น การดูแลไม่ยุ่งยาก ปัจจัยการผลิตที่เป็นสารเคมีก็แทบไม่ต้องใช้ เพราะสามารถใช้เกษตรทางธรรมชาติมาผสมผสานได้


ตนเองจึงทดลองแบ่งพื้นที่ 3 ไร่ หันมาปลูกผักชี ตอนนี้ลงทุนระบบน้ำไปแล้วหลักหมื่นบาท แม้จะเป็นต้นทุนครั้งแรกที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับระยะยาวถือว่าคุ้ม เพราะตนเองปลูกผักชี และได้รับคำแนะนำจากเกษตรจังหวัดอ่างทอง ว่าควรจะแบ่งเป็นรอบ เช่น 1 ไร่ หยอดเมล็ดพันธุ์ครั้งแรก เว้นไปอีก 15 วัน หยอดในแปลงที่ 2 อีกหนึ่งไร่ เว้นไปอีก 15 วัน หยอดในแปลงที่ 3 เมื่อผักเจริญเติบโตจะให้ผลผลิตไม่พร้อมกัน สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะตอนหน้าแล้งผักชีจะมีราคาสูงมาก ตนเองจึงมองว่านี่เป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้อยู่รอด และหากได้ผลดีสามารถเข้ามาดูหรือศึกษาวิธีการได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ หากใครจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูก จะต้องเปิดใจรับในสิ่งใหม่ใหม่ก่อน


ด้าน นาย สุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า การปรับตัวของลุงทิน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับเกษตรกร ที่ลองปรับเปลี่ยนตัวเองมาปลูกพืชทดแทนสลับกับการทำนา ทางเกษตรจังหวัดอ่างทอง จึงได้มอบหมายให้เกษตรตำบล ติดตามและให้คำแนะนำกับ ลุงประทิน อย่างใกล้ชิด และยังทราบว่า ลุงประทิน ยังใช้วิธีทางธรรมชาติ สำหรับการบำรุงดิน นั่นคือ ใช้มูลสัตว์ผสมพร้อมกับใช้ฟางข้าวปกคลุมดินเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งถือเป็นการทำเกษตรดั้งเดิม ลดการใช้สารเคมีและลดต้นทุน เพราะทุกอย่างหาได้จากในพื้นที่
นอกจากนี้ เกษตรจังหวัดอ่างทอง ยังได้แนะนำให้ใช้ ไตรโครเดอม่า คือ เชื้อราชนิดหนึ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน อาศัยเศษซากอินทรีย์วัตถุเป็นอาหาร โดยไม่มีอันตรายกับพืช คน สัตว์ และแมลง มีคุณสมบัติในการควบคุมและทำลายเชื้อรา สาเหตุโรคพืชทางดิน จึงทำให้พืชมีระบบรากที่สมบูรณ์แข็งแรง หาอาหารได้มาก ต้นพืชจึงสมบูรณ์ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี
ด้าน นาง วินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง บอกว่า หากประสบความสำเร็จสำหรับการปรับเปลี่ยนอาชีพทางการเกษตร จะใช้เป็นแปลงแนะนำให้ชาวนาในจังหวัดอ่างทอง ที่สนใจมาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ เพราะการปรับเปลี่ยนปลูกพืชหมุนเวียน จะมีรายได้ดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว


กนกศักดิ์ แสงตระการ / อ่างทอง / 0819221669