จ.จันทบุรี เจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามแผนพัฒนาเพิ่มศักยภาพระบบประปาสนามชัย ตั้งเป้าขยายพื้นที่บริการรองรับผู้ใช้น้ำเริ่มกว่า 30,000 รายภายใน 10 ปีพร้อมมอบนโยบาย อปพร. ยกระดับความมั่นคง-คุณภาพชีวิตประชาชน
จ.จันทบุรี เจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามแผนพัฒนาเพิ่มศักยภาพระบบประปาสนามชัย ตั้งเป้าขยายพื้นที่บริการรองรับผู้ใช้น้ำเริ่มกว่า 30,000 รายภายใน 10 ปีพร้อมมอบนโยบาย อปพร. ยกระดับความมั่นคง-คุณภาพชีวิตประชาชน
วันที่ (8 ก.ค.69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านสาธารณูปโภคและการเสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัยของประชาชน โดยเริ่มต้นตรวจเยี่ยมจุดบริการน้ำประปา (สถานีจ่ายน้ำสนามชัย) ภายในเทศบาลตำบลสนามชัย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพระบบจ่ายน้ำประปา ยกระดับการให้บริการน้ำสะอาดแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ กิติคุณ ปลัดจังหวัดจันทบุรี, นายธณภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, ผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาค หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงาน โดยรมช. มหาดไทยได้เยี่ยมชมจุดบริการน้ำประปา(สถานีจ่ายน้ำสนามไชย)พร้อมเปิดน้ำทดสอบแรงดันเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการจ่ายน้ำ โดยนายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ได้สาธิตการตรวจวัดคุณภาพน้ำเข้าเครื่องมือภาคสนามเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าน้ำประปาในพื้นที่มีคุณภาพและด้านมาตรฐานสำหรับการอุปโภค ภายหลังจากการลงพื้นที่ คณะฯ ได้ร่วมประชุมรับฟังข้อเสนอแผนงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงเพิ่มศักยภาพระบบจ่ายน้ำประปา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสนามไชย โดยนายสุทัศน์ชี้แจงว่า กปภ.สาขาจันทบุรี มีแผนดำเนินการก่อสร้างระบบประปาขนาด 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ ต.โขมง อ.ท่าใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจ่ายน้ำครอบคลุม อ.เมืองจันทบุรีและอ.ท่าใหม่ อีกทั้งยังเตรียมขยายโครงข่ายท่อประปาไปยังพื้นที่เพิ่มเติมอีก 4 ตำบล ได้แก่ ต.สนามไชย ต.ช้างข้าม ต.กระแจะ และต.นายายอาม โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นได้กว่า 30,000 ราย ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า นายเจเศรษฐ์ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน จังหวัดจันทบุรีจะสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตทั้งภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวได้ภายใน 4 ปี โดยเน้นย้ำว่าหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณในการวางท่อ กปภ. ก็พร้อมที่จะรับโอนกิจการเพื่อเข้าไปบริหารจัดการผลิตน้ำสะอาดให้บริการประชาชน ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด หลังจากที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำไม่ได้คุณภาพ น้ำเค็ม มีกรดกำมะถัน และขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงบางพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึงระบบประปา การถ่ายโอนภารกิจการบริหารจัดการน้ำให้ กปภ.สาขาจันทบุรี เข้ามาดูแล ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 11,568 ครัวเรือนนั้น ถือเป็นการพลิกฟื้นให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งน้ำที่สะอาดและมีมาตรฐาน สอดรับกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ และมุ่งเน้นการพัฒนาน้ำประปาให้สะอาดถึงขั้นดื่มได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างยั่งยืน จากนั้น นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ พร้อมคณะ เดินทางต่อไปยังหอประชุมที่ว่าการอำเภอนายายอาม เพื่อมอบนโยบายยอปพร.จันทบุรี ย้ำเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ สั่งเข้มระบบแจ้งเตือน-อพยพประชาชน โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งได้รับการสั่งการจากนายกรัฐมนตรีให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล เครื่องมือ อุปกรณ์ และการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ถือเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารกับประชาชน หากมีการแจ้งเตือนผ่านระบบดังกล่าว ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามแผนอพยพและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเตรียมพร้อมในการรับมือและฟื้นฟูหลังเกิดพายุหรือสาธารณภัยต่าง ๆ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวชื่นชมการบริหารจัดการระบบน้ำประปาของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะแนวทางของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี โดยการนำของนายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ที่สนับสนุนงบประมาณให้องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลวางระบบท่อประปาให้ครอบคลุมพื้นที่ ก่อนถ่ายโอนระบบให้ การประปาส่วนภูมิภาค เข้าบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพและควรนำไปเป็นต้นแบบ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดทั้งปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังย้ำว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัคร อปพร. จะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบจากสาธารณภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

