รับตัว 22 คนไทยกลับจากลาว เข้ากระบวนการ NRM หลังถูกจับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างถูกชวนไปทำงานเงินเดือนสูง ตม.เตือนอย่าหลงเชื่อประกาศรับงานออนไลน์

รับตัว 22 คนไทยกลับจากลาว เข้ากระบวนการ NRM หลังถูกจับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างถูกชวนไปทำงานเงินเดือนสูง ตม.เตือนอย่าหลงเชื่อประกาศรับงานออนไลน์

รับตัว 22 คนไทยกลับจากลาว เข้ากระบวนการ NRM หลังถูกจับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างถูกชวนไปทำงานเงินเดือนสูง ตม.เตือนอย่าหลงเชื่อประกาศรับงานออนไลน์

ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน รับตัวคนไทย 22 คนกลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) หลังถูกทางการลาวจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ทางโทรศัพท์ ขณะที่การคัดกรองเบื้องต้นไม่พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แต่เตรียมสืบสวนขยายผล หากพบเกี่ยวข้องเครือข่ายพนันออนไลน์หรือแก๊งสแกมเมอร์ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 40 นาย ร่วมรับตัวคนไทยจำนวน 22 คน ซึ่งประกอบด้วยชาย 9 คน และหญิง 13 คน กลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM)

การรับตัวครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ แจ้งประสานมายังด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนว่า เจ้าหน้าที่กองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว จะผลักดันบุคคลสัญชาติไทยทั้ง 22 คนกลับประเทศไทย หลังถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ทางโทรศัพท์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา และควบคุมตัวไว้ระยะหนึ่ง ก่อนส่งกลับผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4

ผลการคัดกรองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าบุคคลทั้ง 22 คน ยังไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยส่วนใหญ่ให้การว่าเห็นประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่ามีตำแหน่งงานหลายประเภท ให้ค่าตอบแทนเดือนละ 18,000–25,000 บาท พร้อมที่พักและอาหารฟรี จึงหลงเชื่อและเดินทางไปหวังทำงาน แต่ยังไม่ทันเริ่มงานก็ถูกเจ้าหน้าที่ทางการลาวจับกุมเสียก่อน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่ามีบุคคลจำนวน 2 ราย ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางตรวจคนเข้าเมือง จึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติให้ยึดถือระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินการคัดกรองอย่างละเอียด เพื่อแยกผู้เสียหายออกจากผู้กระทำผิด และดำเนินการตามขั้นตอนของกลไก NRM อย่างครบถ้วน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมาย พร้อมสัมภาษณ์ ซักถาม และแจ้งเตือนถึงภัยจากขบวนการหลอกลวงรับสมัครงานออนไลน์ แต่ยังคงมีประชาชนจำนวนหนึ่งหลงเชื่อคำโฆษณาที่อ้างรายได้สูง สวัสดิการดี ทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจถูกบังคับให้กระทำผิดกฎหมาย ถูกกักขัง ถูกทำร้ายร่างกาย หรือไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของบุคคลทั้ง 22 ราย หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย พนันออนไลน์ หรือ แก๊งสแกมเมอร์ (Scammer) จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจนถึงที่สุด.