สมาคมกีฬามวยสากลฯ พร้อมเปิดศึกชิงแชมป์ประเทศไทย 2569 20 ก.ย.นี้ เริ่มแข่งขัน11.00น. ที่ศูนย์ฝึกมวยสากลมาตรฐานสากล TIBTC เปิดเวทีเฟ้นนักชกหน้าใหม่เข้าสู่รั้วทีมชาติ

สมาคมกีฬามวยสากลฯ พร้อมเปิดศึกชิงแชมป์ประเทศไทย 2569 20 ก.ย.นี้ เริ่มแข่งขัน11.00น. ที่ศูนย์ฝึกมวยสากลมาตรฐานสากล TIBTC เปิดเวทีเฟ้นนักชกหน้าใหม่เข้าสู่รั้วทีมชาติ

สมาคมกีฬามวยสากลฯ พร้อมเปิดศึกชิงแชมป์ประเทศไทย 2569
20 ก.ย.นี้ เริ่มแข่งขัน11.00น.
ที่ศูนย์ฝึกมวยสากลมาตรฐานสากล TIBTC เปิดเวทีเฟ้นนักชกหน้าใหม่เข้าสู่รั้วทีมชาติ

 

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ความพร้อมจัดการแข่งขัน มวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 เปิดโอกาสให้นักกีฬามวยสากลจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันแบบโอเพ่น เพื่อค้นหาและเฟ้นหานักมวยฝีมือดี โดยเฉพาะนักชกหน้าใหม่ที่มีศักยภาพก้าวเข้าสู่ระบบทีมชาติไทย

การแข่งขันกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–26 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานสากล (Thailand International Boxing Training Center : TIBTC) การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักมวยจากทั่วประเทศได้พิสูจน์ฝีมือ และแสดงศักยภาพต่อคณะผู้ฝึกสอนและทีมงานของสมาคมฯ

ล่าสุด สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน ณ ชั้น 15 สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย โดยมี พล.ท.อุชุกร สาครนาวิน อุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ดร.ประชุม บุญเทียม อุปนายกและรองเลขาธิการสมาคม และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือถึงรายละเอียดการจัดการแข่งขัน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมและการแข่งขันเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามมาตรฐาน

พล.ท.อุชุกร กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้ นอกจากการเฟ้นหาแชมป์ประเทศไทยในแต่ละรุ่นแล้ว สมาคมฯ ต้องการเปิดโอกาสให้นักมวยจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะนักชกที่ยังไม่มีโอกาสเข้าสู่ระบบทีมชาติ ได้เข้ามาพิสูจน์ฝีมืออย่างเต็มที่ เพื่อค้นหานักกีฬาหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ และพัฒนาต่อยอดเข้าสู่ รั้วทีมชาติไทย ในอนาคต

การแข่งขันเปิดรับนักกีฬาทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 18–30 ปี หรือผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2539–2551 แบ่งการแข่งขันเป็น 7 รุ่นน้ำหนักชาย ได้แก่ 49, 54, 60, 64, 69, 75 และ 80 กิโลกรัม และ 8 รุ่นน้ำหนักหญิง ได้แก่ 48, 51, 54, 57, 60, 64, 69 และ 75 กิโลกรัม

ในส่วนของเงินรางวัล สมาคมฯ จัดสรรให้ผู้คว้า เหรียญทอง 10,000 บาท เหรียญเงิน 7,000 บาท และเหรียญทองแดง 4,000 บาทต่อคน พร้อมรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมชายและหญิง รางวัลละ 5,000 บาท รวมถึงเงินบำรุงทีมสำหรับทีมที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครบตามรุ่นที่กำหนด

ด้าน นายประชุม บุญเทียม เผยถึงการใช้อาคาร ศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานสากล( TIBTC )ในครั้งนี้ว่า โดยรองเลขาธิการได้ประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.)ว่าอนุญาตให้สมาคมใช้ชั้น 1-4 ของอาคารและได้กำชับให้ใช้อย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดความชำรุดบกพร่องหลังจากการอนุญาตให้ใช้พื้นที่
ส่วนในเรื่องของการจอดรถ ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไปใช้บริเวณลานจอดรถของ สนามอินดอร์สเตเดี้ยม

ทั้งนี้อาคารศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานสากล (Thailand International Boxing Training Center : TIBTC)
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการมวยสากลไทยในการใช้ศูนย์ฝึกที่มีมาตรฐานเป็นเวทีจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ พร้อมเดินหน้าสร้างระบบค้นหาและพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้นักมวยฝีมือดีเข้าสู่ทีมชาติ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติต่อไป