คืบหน้าลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย

คืบหน้าลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย

คืบหน้าลูกสาว ตชด. เบี้ยวค่าเช่ารถ หลังพารถยนต์จอดในค่าย ตชด. ในสภาพพังเสียหาย

วันที่ 9 มีนาคม 2569ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านพักของผู้เช่าซึ่งเบื้องต้นทราบชื่อ นางสาวพิรามน โชตช่วง อายุ 26 ปี หลังเดินทางไปถึงบ้านพักผู้สื่อข่าวก็ได้เรียกคนในบ้าน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับออกมาแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามกับคนข้างบ้านก็ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้าน ไม่รู้ออกไปไหนตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว


จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พร้อมกับ นางสาวกิตติยา ปานยัง อายุ 32 ปี เจ้าของรถยนต์ เพื่อเข้าพบ และชี้แจงกับทาง พ.ต.อ.พิมณรัตน์ ธรรมาธิปติ์ ผกก.ตชด.43 หลังมีการชี้แจงทาง พ.ต.อ.พิมณรัตน์ ธรรมาธิปติ์ ผกก.ตชด.43 ได้มีการเรียก ร.ต.ต.พิมาน โชตช่วง เข้าพบและชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ต่อมาหลังเข้าพบทาง พ.ต.อ.พิมณรัตน์ ธรรมาธิปติ์ ผกก.ตชด.43 ได้ให้ทั้งคู่เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เพื่อทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าจะรับผิดชอบทุกกรณี
จากการสอบถาม นางสาวกิตติยา ปานยัง อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า ก็ชี้แจงและได้เรียกทางพ่อของ น้องเขามาคุยกันและแสดงความรับผิดชอบในส่วนที่เสียหาย ซึ่งทางพ่อของน้องเค้า ชี้แจงว่าทางลูกสาวเค้าชอบก่อเรื่องประมาณนี้อยู่เป็นประจำซึ่งพ่อเค้าเหนื่อยแล้วและที่เดินทางมาวันนี้ก็มาแสดงความรับผิดชอบให้ทุกอย่าง

ตอนนี้ก็ไม่ต้องอะไรกับทางลูกสาวเขาเพราะลูกสาวไม่ได้มีงานเป็นหลักแหล่งที่จะหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหายในตรงนี้ยังไง พ่อขอยอมรับผิดชอบชดใช้ให้ หลังเข้าพบ ผกก.ตชด และมีการตกลง ตนและพ่อของน้องเค้าก็ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรสงขลา เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนตกลงเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งจะได้มีลายลักษณ์อักษร ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ตนรู้สึกดีขึ้น และต้องขอบคุณพี่ๆสื่อ ที่ช่วยตีแผ่ความจริงเรื่องดังกล่าว หากไม่มีสื่อช่วยเรื่องก็คงเงียบและไม่รู้ตนจะทำอย่างไร สุดท้ายตนอยากฝากถึงน้องเค้าว่า ไม่ต้องสงสารใครก็ได้แต่ขอให้สงสารพ่อกับแม่ตัวเอง ดีกว่าและอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกเพราะมีแต่จะสร้างปัญหาให้กับครอบครัวตัวเอง


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา