พี่ชาย “น้องข้าว” ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เหยื่อวัย 15 ถูกเพื่อนรุมทำร้ายสาหัส ผวาซ้ำถูกข่มขู่ ด้าน “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ชี้ไม่ควรจบแค่ไกล่เกลี่ย จี้เอาผิดทุกคนในเหตุการณ์
พี่ชาย “น้องข้าว” ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เหยื่อวัย 15 ถูกเพื่อนรุมทำร้ายสาหัส ผวาซ้ำถูกข่มขู่ ด้าน “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ชี้ไม่ควรจบแค่ไกล่เกลี่ย จี้เอาผิดทุกคนในเหตุการณ์
เวลา 14.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2569
ที่ สน.บางกอกใหญ่ นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พา “น้องข้าว” อายุ 15 ปี ผู้เสียหายจากเหตุถูกกลุ่มเพื่อนทำร้ายร่างกายในหอพัก พร้อมพี่ชาย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมดูแล ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง

นายคิว อายุ 20 ปี พี่ชายของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า น้องสาวอยู่ในความดูแลของตนและปู่ เนื่องจากบิดาถูกคุมขังและแยกทางกับมารดา โดยคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 23.00 น. ตนได้รับแจ้งจากญาติว่าน้องถูกทำร้าย จึงพยายามติดต่อหลายครั้ง ก่อนที่น้องจะรับสายและยืนยันว่าถูกทำร้ายจริง จากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวและเรื่องแฟนเก่า
“ยอมรับว่ารู้สึกโกรธและไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องใช้ความรุนแรงถึงขั้นนี้ ทั้งที่เป็นเพื่อนกัน ควรพูดคุยกันได้” นายคิวกล่าว
พี่ชายผู้เสียหายระบุอีกว่า เช้าวันถัดมาได้พาน้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พบมีอาการบาดเจ็บหลายจุด ทั้งใบหน้าโหนกแก้มช้ำ ศีรษะมีรอยฟกช้ำจำนวนมาก รวมถึงปวดบริเวณคอและบ่า จนเคลื่อนไหวลำบาก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลเอกซเรย์ยืนยันอาการ
ด้านสภาพจิตใจของน้องข้าวยังอยู่ในภาวะหวาดกลัวอย่างหนัก เกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ อีกทั้งยังมีการส่งข้อความข่มขู่จากกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบครัวเตรียมรวบรวมหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม
“ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะไม่ยอมความในทุกกรณี หากจะมีการขอโทษ ขอให้เกิดขึ้นหลังสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น” พี่ชายผู้เสียหายกล่าวย้ำ
ขณะที่ นางชลิดา เปิดเผยว่า ได้รับการประสานเรื่องตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ แต่ครอบครัวเงียบหายไป ก่อนจะกลับมาเป็นข่าวภายหลัง โดยมีพลเมืองดีพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตนจึงเข้าช่วยเหลือและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ทั้งนี้ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรจบลงเพียงการไกล่เกลี่ย เนื่องจากอาจทำให้ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนไม่เกรงกลัวกฎหมาย และส่งผลให้ปัญหาความรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชนทวีความรุนแรงมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับทุกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงมือทำร้าย ผู้ถ่ายคลิป ผู้มีพฤติกรรมล่อหลอก รวมถึงหญิงสาวอายุ 19 ปี ที่ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ซึ่งมีพฤติการณ์ยืนคุมเชิง จนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย
โดยข้อมูลจากผู้เสียหายระบุว่า หญิงสาวรายดังกล่าวเคยมีคดีเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีและค้ามนุษย์ และอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม กลับเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้อีก
อย่างไรก็ดี ในประเด็นกระแสข่าวที่ระบุว่าผู้เสียหายถูกบังคับไปค้าประเวณีนั้น น้องข้าวได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง


