“เต้ มงคลกิตติ์” ควง “หน่อง” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยยานนาวา ชูนโยบายลีกเยาวชน-พื้นที่สีเขียว ซัด ‘ระบอบอากง’ ลั่นหลังเลือกตั้งเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลทุจริต
“เต้ มงคลกิตติ์” ควง “หน่อง” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยยานนาวา ชูนโยบายลีกเยาวชน-พื้นที่สีเขียว ซัด ‘ระบอบอากง’ ลั่นหลังเลือกตั้งเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลทุจริต

“เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมด้วย “หน่อง” ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่หาเสียงและพบปะประชาชนในพื้นที่เขตยานนาวา ก่อนเดินสายต่อในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ระหว่างลงพื้นที่ได้พบกิจกรรมการแข่งขันเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ของเยาวชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กไทยที่สามารถพัฒนาไปสู่เวทีระดับสากลได้ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในวงการเคป๊อป และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยกล้าฝันและพัฒนาศักยภาพของตนเอง

นอกจากนี้ กลุ่มกรุงเทพบินได้ยังมีแนวคิดผลักดัน “ลีกฟุตบอลกึ่งอาชีพสำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีรายได้เสริมระหว่างเรียน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬา และต่อยอดสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยมองว่าหากได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง อาจสามารถยกระดับการแข่งขันจนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไปยังต่างประเทศได้ในอนาคต รวมถึงเป็นเวทีค้นหาดาวรุ่งเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทย
ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ระหว่างลงพื้นที่บริเวณย่านพระราม 3 ได้รับกลิ่นเหม็นจากแหล่งน้ำในพื้นที่ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง ทั้งน้ำเสีย น้ำเน่า และมลพิษทางอากาศ อาจเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
สำหรับภารกิจหาเสียงในวันดังกล่าว กลุ่มกรุงเทพบินได้มีกำหนดลงพื้นที่ 4 เขต ประกอบด้วยเขตยานนาวา เขตบางขุนเทียน เขตตลิ่งชัน และเขตทวีวัฒนา เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายต่าง ๆ แก่ประชาชน

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการด้านสุขภาพ โดยเสนอให้กรุงเทพมหานครส่งเสริมการฝึกอบรมพนักงานนวดไทย พร้อมจัดกิจกรรมนวดเพื่อสุขภาพในชุมชนและพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพด้านนวดแผนไทยได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 2.85% ให้เพิ่มเป็น 10% ภายในระยะเวลา 4 ปี หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยมีแนวคิดทยอยจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ดูดซับก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองหลวง

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายมงคลกิตติ์กล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบอากง” โดยอ้างว่าเป็นระบบผลประโยชน์ที่ฝังรากอยู่ในหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง ทั้งในด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การแต่งตั้งโยกย้าย และการกำกับดูแลด้านต่าง ๆ ของภาครัฐ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การพัฒนาประเทศและการแก้ปัญหาประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวอ้างว่า ตนมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ได้รับงาน ผู้เกี่ยวข้อง และกระบวนการดำเนินงานในบางโครงการ โดยระบุว่าทราบรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด

“ตอนนี้ขอทำหน้าที่หาเสียงก่อน หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นจะนำข้อมูลที่มีอยู่ไปตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกโครงการที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชนต้องสามารถตรวจสอบได้” นายมงคลกิตติ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังเป็นเพียงการแสดงความเห็นและการกล่าวอ้างของนายมงคลกิตติ์ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ย้ำว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันมาตรการด้านความโปร่งใส การตรวจสอบการใช้งบประมาณ และการป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อให้การบริหารงานของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน.


