สลด! พ่อรับศพ “น้ององุ่น” 7 ขวบ ถูกพี่สาว-น้าชายฆ่าอำพรางสวนยาง เผยยังคาใจไม่เชื่อฝีมือคนใกล้ตัว
สลด! พ่อรับศพ “น้ององุ่น” 7 ขวบ ถูกพี่สาว-น้าชายฆ่าอำพรางสวนยาง เผยยังคาใจไม่เชื่อฝีมือคนใกล้ตัว
จากเหตุสะเทือนใจกรณี “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ถูกฆ่าอำพรางศพกลางสวนยางพารา ล่าสุดผู้เป็นพ่อเดินทางมารับร่างลูกสาวที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ ด้วยความโศกเศร้า เผยยังทำใจไม่ได้และไม่ยากเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของลูกเลี้ยงวัย 12 ปี และน้าชาย ขณะที่ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุ “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว”

คุมตัวพี่สาว-น้าชาย ร่วมมือฆ่าอำพรางศพ
จากกรณีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ “น้ององุ่น” อายุ 7 ขวบ ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2569 ก่อนจะพบเป็นศพถูกทิ้งอำพรางไว้กลางสวนยางพารา หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับกองปราบปราม ได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ 2 ราย คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี พี่สาวต่างบิดา และนายแป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย โดยเด็กหญิงเอสารภาพว่า มีปากเสียงทะเลาะกับน้ององุ่น จึงใช้กระสอบข้าวสารคลุมศีรษะและบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนร่วมมือกับนายแป๊ะนำศพซ่อนในตู้เสื้อผ้า และขนย้ายไปทิ้งอำพรางในสวนยางพารา
ล่าสุดวันนี้ (7 มิ.ย. 2569) เวลาประมาณ 14.30 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรว นายอุ้ม (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี บิดาของน้ององุ่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารเพื่อขอรับร่างของลูกสาวกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นายอุ้มเปิดเผยความในใจว่า ยังคงปักใจเชื่อยากและติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาคนในบ้านไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งรุนแรง จะมีเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ตัวเด็กหญิงเอผู้ก่อเหตุเป็นลูกเลี้ยงที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่ 2 ขวบ เป็นเด็กดี ไม่เคยโกหก เช่นเดียวกับนายแป๊ะ น้าชายที่ประพฤติตัวดีมาตลอด จึงไม่เคยคาดคิดมาก่อนจะเป็นฝีมือของคนใกล้ตัว
“หลังจากเกิดเรื่องยังไม่ได้คุยกับลูกเลี้ยงโดยตรง แต่ภรรยาได้เข้าไปคุย ซึ่งเด็กหญิงเอก็ยังปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่ทางตำรวจมาแจ้งข้อมูลภายหลังว่า ตรวจพบข้อความในโทรศัพท์ของเด็กหญิงเอ มีการโพสต์ค้นหาคำว่า “ถ้าฆ่าคนตายจะมีความผิดอย่างไร” ส่วนชนวนเหตุมองว่าน่าจะมาจากเรื่องแย่งสัญญาณไวไฟโทรศัพท์มือถือ มากกว่าเรื่องแย่งตุ๊กตาตามที่เป็นข่าว” นายอุ้ม กล่าว
พ่อของน้ององุ่นยังเล่าต่ออีกว่า ในวันแรกที่น้ององุ่นหายตัวไป ทั้งพี่สาวและน้าชายนอนอยู่ที่ศาลาวัดโดยไม่ได้พูดอะไร ตนยังเดินไปปลอบใจทั้งคู่ว่าให้น้องไปสบายแล้ว ทำใจดี ๆ นะลูก โดยไม่คาดคิดเลยว่าทั้งสองคนจะเป็นผู้ก่อเหตุ
สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นจากสถาบันนิติเวชวิทยา (รายงานเลขที่ 02403/2569) แพทย์ระบุสาเหตุการตายสันนิษฐานว่า “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว (รอผลอย่างเป็นทางการ)”
ทั้งนี้ ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธินำร่างของน้ององุ่นขึ้นรถตู้ นายอุ้มผู้เป็นพ่อได้เคาะโลงศพพร้อมร้องไห้บอกลูกสาวว่า “กลับไปอยู่บ้านเรานะ ตามพ่อกลับบ้านนะลูก”
โดยทางญาติและสมาคมมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จะนำร่างของน้ององุ่นไปตั้งบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดลิเจีย ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะประกอบพิธีฌาปนกิจต่อไป


